เมนูหลัก
หน้าแรก
สินค้าของเรา
เนื้อหาในเว็บไซต์
ข่าว
เว็บแนะนำ
ติดต่อเรา
ค้นหา
ห้องแสดงภาพ
ตัวแทนจำหน่าย
เว็บบอร์ด
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อคอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
powered_by.png, 1 kB
สายพันธุ์ปลาที่ออกลูกเป็นตัว พิมพ์
แก้ไขโดย Webmaster   
จากวารสารของกรมประมง

ปลาออกลูกเป็นตัว
(Livebearers)
เรียบเรียง : วันเพ็ญ มีนกาญจน์ กาญจนา จิรพันธ์พิพัฒน์และพิสิฐ ภูมิคง

     ปลาออกลูกเป็นตัว หมายถึง กลุ่มปลาที่ออกลูกเป็นตัวโดยไข่ที่อยู่ในท้องของตัวเมียที่ได้รับการปฏิสนธิ (Fertilization) กับเชื้อตัวผู้ (Spermatozoa) แล้วเจริญและพัฒนาอยู่ในรังไข่ประมาณ 6 สัปดาห์ จึงฟักออกเป็นตัวหลุดออกจากท้องแม่ปลา สามารถว่ายน้ำเป็นอิสระและมีอวัยวะทุกอย่างสมบูรณ์เหมือนปลาเต็มวัย กลุ่มปลาออกลูกเป็นตัวนับเป็นกลุ่มปลาที่มีความน่าสนใจมากที่สุดในการเพาะเลี้ยงเพื่อการค้า เนื่องจากมีสีสันสวยงามและมีความหลากหลายของสายพันธุ์ ทั้งยังสามารถแพร่พันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว
      ปลาออกลูกเป็นตัวชอบอยู่ในแหล่งน้ำที่ไม่ลึกนักถูกจัดเป็นปลาผิวน้ำ พบทั่วไปตามแหล่งน้ำไหล แม่น้ำสายเล็ก ๆ หรือในแหล่งน้ำนิ่ง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - สิงหาคม จะเป็นช่วยที่สามารถรวบรวมปลาออกลูกเป็นตัวจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้มากที่สุด    ปลาออกลูกเป็นตัวแบ่งออกได้เป็น 2 อันดับใหญ่ ๆ คือ อันดับ (Order) Beloniformes และอันดับ (Order) Cyprinodontiformes ซึ่งมีครอบครัว (Family)
และครอบครัวย่อย (Subfamily) เฉพาะที่เป็นปลาออกลูกเป็นตัวทั้งหมด ดังนี้
1. อันดับ (Order) Beloniformes ครอบครัว (Family) Hemiramphidae
2. อันดับ (Order) Cyprinodontiformes

ครอบครัว (Family) Anablepidae
ครอบครัวย่อย (Subfamily) Anablepinae
ครอบครัว (Family) Goodeidae
ครอบครัวย่อย (Subfamily) Goodeinae
ครอบครัว (Family) Poeciliidae
ครอบครัวย่อย (Subfamily) Poeciliinae
      ปลาออกลูกเป็นตัวนั้นมีสมาชิกมากมายหลายชนิด (Species) ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะชนิดที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามและมีการนำเข้ามาจำหน่ายเป็นปลาสวยงามในประเทศไทย และชนิดซึ่งนิยมเพาะเลี้ยงในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ
1.
อันดับ (Order) Beloniformes ปลาออกลูกเป็นตัวที่ถูกจัดอยู่ในอันดับนี้คือครอบครัว (Family) Hemiramphidae ซึ่งประกอบด้วยปลา 12 สกุล 80 กว่าชนิด แต่ในหนังสือเล่มนี้จะกล่าวโดยละเอียดเพียง 2 ชนิด ที่เป็นปลาพื้นเมืองและนิยมนำมาเพาะเลี้ยงซื้อขายเป็นปลาสวยงามในบ้านเรา คือ ปลาเข็มหม้อ Dermogenys pusillus siamensis Fowler, 1934 และปลาเข็มงวง Hemirhamphodon pogonognathus Bleeker, 1853 ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดในการเพาะเลี้ยงต่อไป
2.
อันดับ (Order) Cyprinodontiformes ปลาออกลูกเป็นตัวที่จัดอยู่ในอันดับนี้คือ
2.1 ครอบครัว (Family) Anablepidae ครอบครัวย่อย (Subfamily) Anablepinae ปลาในครอบครัวย่อยมีเพียง 1 สกุลคือปลาในสกุล (Genus) Anablep หรือ ปลาสี่ตาซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anablep anablep และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Four-eyes        พบปลาชนิดนี้แพร่กระจายอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ มีลักษณะสำคัญ คือ มีดวงตาขนาดใหญ่ รูม่านตา (Pupils) แบ่งเป็น 2 ส่วน ซึ่งสามารถมองได้ทั้งเหนือน้ำและใต้น้ำได้ในเวลาเดียวกันจากลักษณะดังกล่าวนี้ได้นำมาตั้งเป็นชื่อสามัญ ในปลาเพศผู้จะมีอวัยวะสืบพันธุ์ที่พัฒนามาจากครีบก้นเรียกว่า
Gonopodius
มีลักษระเป็นท่อใช้สำหรับฉีดสเปิร์มเข้าไปในช่วงท้องปลาเพศเมีย ปลาชนิดนี้จะกินแมลงเป็นอาหารแต่สามารถฝึกให้กินอาหารสำเร็จรูปได้ ขนาดความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 25 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าเป็นปลาออกลูกเป็นตัวชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ลักษณะนิสัยชอบว่ายน้ำอยู่บริเวณผิวน้ำ
      
โดยครึ่งหนึ่งของดวงตาด้านบนจะโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา แต่ปลาจะจุ่มหัวลงน้ำเป็นบางครั้งเป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อล้างทำความสะอาดตา สามารถอาศัยได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย ปลาชนิดนี้ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นปลาสวยงาม มีราคาสูง และหาซื้อได้ยาก
2.2
ครอบครัว (Family) Goodeidae ครอบครัวย่อย (Subfamily ) Goodeinae ปลาในครอบครัวย่อยนี้ที่จัดเป็นปลาสวยงามมี 2 สกุล ก็คือปลาในสกุล Xenotoca และ ปลาในสกุล Ameca
     2.2.1
ปลาเร็ดเทลกูดีอิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Xenotoca eiseni (Rutter, 1896) และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Red-tailed goodeid จะพบปลาชนิดนี้แพร่กระจายอยู่เฉพาะแถบที่ราบสูงในเม็กซิโกตอนกลาง ในบริเวณที่ติดต่อกับชายฝั่ง แหล่งน้ำที่อาศัยมีทั้งแหล่งน้ำไหล ลำธาร บึง ทุ่งนา เพศผู้ไม่มี Goonpodium แต่จะมีก้านครีบก้นตอนหน้าพัฒนาไปเพื่อการจับคู่ผสมพันธุ์ กินตัวอ่อนแมลงเป็นอาหาร ขนาดความยาวโดยเฉลี่ยในเพศผู้ 5-6 เซนติเมตร เพศเมีย 6-7 เซนติเมตร ปลาในกลุ่มนี้ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นปลาสวยงามแต่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก



 _________.jpg
___________________.jpgบัตเตอร์_1.jpg






2.2.2 ปลาบัทเทอะไพลกูดีอิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ameca splendens Miller & Fitzsimons, 1971 และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Butterfly goodeid พบแพร่กระจายอยู่ในเม็กซิโก กินตัวอ่อนแมลงเป็นอาหารขนาดความยาวโดยเฉลี่ยในเพศผู้ 6-8 เซนติเมตร เพศเมีย 7-12 เซนติเมตร
2.3 ครอบครัว (Family) Poeciliidae ครอบครัวย่อย (Sub-family) Poeciliinae เป็นครอบครัวย่อยที่ประกอบด้วยกลุ่มปลาออกลูกเป็นตัว (Livebearers) ทั้งหมด ยกเว้นปลาในสกุล (Genus) Tomeurus ซึ่งเป็นกลุ่มปลากึ่งวางไข่ (Half-egglayers) ปลาในกลุ่มนี้มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา ทวีปอเมริกากลาง และทวีปอเมริกาใต้ สามารถอาศัยได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย ปลาในครอบครัวย่อย Poeciliinae นี้ประกอบด้วยปลา 24 สกุล (Genus) และ 8 สกุลย่อย (Subgenus)





________.jpg

     


 
ปลาไพค์แคระ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Belonesox belizanus Kner, 1860 และชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Pike livebearer พบแพร่กระจายอยู่ในทวีปอเมริกากลาง อาศัยอยู่บริเวณปากแม่น้ำ ปากมีขนาดยาวและกว้าง มีฟันขนาดเล็กแหลมคมจำนวนมาก กินปลาขนาดเล็กเป็นอาหาร ขนาดความยาวโดยเฉลี่ยในเพศเมีย 20 เซนติเมตร เพศผู้ 12 เซนติเมตร สามารถอาศัยได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย เมื่อนำมาเลี้ยงในน้ำจืด ควรเติมเกลือลงไปเล็กน้อยจะทำให้ปลามีสุขภาพดีขึ้น ถูกนำเข้ามาจำหน่ายเป็นปลาสวยงามในประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเพาะเลี้ยง
      
ส่วนปลาในกลุ่มออกลูกเป็นตัวในครอบครัวที่นิยมนำมาเพาะเลี้ยงและซื้อขายเป็นปลาสวยงามในประเทศไทยกันอย่างแพร่หลายมี เพียง 2 สกุล คือ สกุล Poecilia และXiphophorus ประกอบด้วยปลาทั้งหมด 7 ชนิด (Species) ดังนี้คือ
    2.3.1
ปลาหางนกยูง มีชื่อวิทยาศาสตร์ Poecilia reticulata Peters, 1859 และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Guppy พบแพร่กระจายอยู่ใน เวเนซูเอลา ทรินิแดดและบาบาโดส กินตัวอ่อนแมลงและแพลงก์ตอนสัตว์เป็นอาหาร ขนาดปลาในธรรมชาติเพศเมียจะมีขนาดความยาวเฉลี่ย 6 เซนติเมตร เพศผู้ 3.5 เซนติเมตร
     2.3.2
ปลาเซลฟิน มอลลี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Poecilia latipinna Le Sueur, 1821 และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Sailfin molly พบแพร่กระจายในแถบ เซาท์แคโรไลน่า ถึงเม็กซิโก กินตัวอ่อนแมลงและแพลงก์ตอนสัตว์เป็นอาหาร ขนาดความยาวโดยเฉลี่ย 10 เซนติเมตร ปลาชนิดนี้มีครีบหลังสูงและยาวคล้ายใบเรือ มีก้านครีบอ่อน 13-14 ก้าน
     2.3.3
ปลามอลลี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Poecilia sphenops Valenciennus, 1846 และชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Molly พบแพร่กระจายในแถบอเมริกากลาง เม็กซิโก กินตัวอ่อนแมลงและแพลงก์ตอนสัตว์เป็นอาหาร ขนาดความยาวโดยเฉลี่ย 10 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายปลาเซลฟินมอลลี่ แต่ครีบหลังมีขนาดเล็กกว่ามาก
     2.3.4
ปลาเซลฟิน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Poecilia vilifera Regan, 1914 และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Giant sailfin molly พบแพร่กระจายในแถบ เม็กซิโก กินตัวอ่อนแมลงและแพลงก์ตอนสัตว์เป็นอาหาร ขนาดความยาวโดยเฉลี่ย 12.5 เซนติเมตร ปลาชนิดนี้มีครีบหลังสูงและยาวกว่าเซลฟินมอลลี่ มีก้านครีบอ่อน 16-19 ก้าน
     2.3.5
ปลาสอด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Xiphophorus helleri Heckel, 1845 และชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Swordtail พบแพร่กระจายอยู่ในเม็กซิโก ถึงกัวเตมาลา กินพืชน้ำ แพลงก์ตอนสัตว์และตัวอ่อนแมลงเป็นอาหาร ขนาดความยาวโดยเฉลี่ย 12.5 เซนติเมตร เพศผู้มีก้านครีบหางตอนล่างยาวเลยขอบหาง มีลักษณะเรียวแหลมคล้ายดาบ
     2.3.6
ปลาแพลทตี้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Xiphophorus maculatus Gunther, 1866 และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Platy หรือ Moonfish พบแพร่กระจายอยู่ในเม็กซิโก ถึงกัวเตมาลา กินพืชน้ำ แพลงก์ตอนสัตว์และตัวอ่อนแมลงเป็นอาหาร ขนาดความยาวโดยเฉลี่ยในเพศเมีย 7.5 เซนติเมตร เพศผู้ 4.0 เซนติเมตร
     2.3.7
ปลาวาเรียตัส มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Xiphophorus variatus Meek, 1904 และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Variatus พบแพร่กระจายอยู่ในเม็กซิโก กินตัวอ่อนแมลง แพลงก์ตอนสัตว์และพืชน้ำเป็นอาหาร ขนาดโดยเฉลี่ย 7.5 เซนติเมตร
      
ในบรรดาปลาสวยงามที่ออกลูกเป็นตัว ปลาแพลทตี้ ปลาสอด และปลามอลลี่ จัดเป็นปลาสวยงามที่เลี้ยงง่าย แข็งแรงและทนต่อสภาพแวดล้อมได้มากกว่าปลาหางนกยูงกลุ่มปลาออกลูกเป็นตัวในครอบครัวย่อย Poeciliinae เพศผู้จะมีอวัยวะช่วยสืบพันธุ์ ซึ่งมีการพัฒนาลักษณะโครงสร้างมาจากก้านครีบก้นคือ จะมีลักษณะแหลมยาวเรียกว่า โกโนโพเดียม (Gonopodium)      ซึ่งจะใช้เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ผสมกับเพศเมียส่วนอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกของเพศเมียจะมีช่องเพศอยู่บริเวณหน้าครีบก้น ซึ่งเพศผู้จะใช้อวัยวะที่เรียกว่าโกโนโพเดียม สอดเข้าไปในช่องเพศของเพศเมีย เพื่อส่งน้ำเชื้อเข้าไปผสมกับไข่ของเพศเมียหรืออาจจะถูกเก็บไว้ในท่อนำไข่ (Oviduct) ปลาในกลุ่มนี้สามารถออกลูกเป็นตัว โดยไข่ที่อยู่ในท้องของเพศเมียจะถูกผสมพันธุ์โดยน้ำเชื้อของเพศผู้ และไข่ก็จะพัฒนาอยู่ในท้องของเพศเมียจนกระทั่งฟักออกเป็นตัว
มีข้อที่น่าสนใจอีกประการสำหรับปลาออกลูกเป็นตัวคือ เมื่อปลาเพศเมียที่ได้ผสมกับปลาเพศผู้เพียงครั้งเดียว แม่ปลาตัวนั้นจะสามารถให้ลูกได้ต่อไปอีกหลายครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการผสมพันธุ์กับเพศผู้อีกเลย โดยไข่จะผสมพันธุ์กับน้ำเชื้อที่ถูกกักเก็บไว้ในท่อนำไข่
     
ซึ่งการที่ปลาออกลูกเป็นตัวเพศเมียสามารถกักเก็บน้ำเชื้อเพศผู้ได้ยาวนานนั้น บางครั้งอาจจะเป็นการสร้างปัญหาในการคัดสายพันธุ์ให้กับผู้เพาะพันธุ์ปลาออกลูกเป็นตัวได้ น้ำเชื้อของปลาเพศผู้จะสามารถถูกเก็บไว้ในท่อนำไข่ของปลาเพศเมียได้ยาวนานแค่ไหนขึ้นกับชนิดและสายพันธุ์ของปลานั้น
     
สำหรับปลาสอดและปลาหางนกยูงสามารถให้ถูกได้ถึง 10 ครอก ถึงแม้ว่าจะได้รับการผสมพันธุ์จากเพศผู้เพียงครั้งเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ปลาเพศเมียที่ได้รับการผสมพันธุ์แล้วก็ยังมีโอกาสที่จะนำกลับมาผสมพันธุ์กับปลาเพศผู้ตัวใหม่ได้อีก
     
เนื่องจากได้มีการศึกษาพบว่าน้ำเชื้อของปลาเพศผู้ตัวใหม่ที่ผสมพันธุ์ครั้งหนึ่งจะสามารถเข้าไปผสมกับไข่ของปลาเพศเมียตัวเดิมได้อีกด้วย โดยน้ำเชื้อของปลาเพศผู้ตัวใหม่จะมีโอกาสเข้าไปผสมกับไข่ของปลาเพศเมียได้มากกว่าน้ำเชื้อที่ปลาเพศเมียได้เก็บน้ำเชื้อเพศผู้
     
ดังนั้นลูกปลาที่ได้ส่วนมากจะเกิดจากน้ำเชื้อของปลาเพศผู้ตัวใหม่มากกว่าน้ำเชื้อของปลาเพศผู้ตัวแรก แต่อย่างไรก็ตามโอกาสที่ลูกปลาจะเกิดจากน้ำเชื้อของเพศผู้ตัวใหม่หรือเก่าก็ยังขึ้นกับสายพันธุ์ของปลาอีกด้วยข้อเสียของปลาออกลูกเป็นตัวก็คือ พ่อแม่ปลามักจะกินลูกตัวเองถ้าไม่แยกลูกออกจากพ่อแม่ทันที เช่น ปลาหางนกยูงปลาสอด ดังนั้นในการเพาะพันธุ์จึงจำเป็นต้องใช้วัสดุช่วยในการพรางตัวหรือป้องกันไม่ให้พ่อแม่ปลากินลูกตัวเองซึ่งจะกล่าวรายละเอียดต่อไปในเรื่องการเพาะพันธุ์
     
เนื้อหาบางส่วนมาจากหนังสือปลาออกลูกเป็นตัว ซึ่งหนังสือเล่มนี้พิมพ์ด้วยระบบอ๊อพเซ็ททั้งเล่มหนา 250 หน้า เนื้อหานอกจากที่นำมาเสนอแล้วยังมีเนื้อหาทางด้านการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง   ปลามอลลี่   ปลาสอด   ปลาแพลทตี้  ปลาวาเรียตัส   ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงาม หรือกองส่งเสริมประมง กรมประมง
 






ปลาออกลูกเป็นตัว
เช่นปลาสอด ปลาหางนกยูง ปลาแพล็ตตี้ ปลาบอลลูน ฯลฯ


ปลาพวกนี้ส่วนใหญ่มาจากทวีปอเมริกาใต้ มีขนาดเล็กแต่สีสันสวยงาม
ตัวผู้กับตัวเมียมีลักษณะรูปร่างภายนอกแตกต่างกันชัดเจนสังเกตง่าย เช่น ปลาตัวผู้จะเล็กกว่าตัวเมีย แต่มีสีสวยกว่า ครีบกระโดงและครีบหางก็ยาวกว่า ตรงท้องมีอวัยวะสืบพันธุ์เรียกว่า “โกโนโพเดียม (gonopodium)” มีลักษณะเป็นแท่งยาวเอนไปทางด้านหลัง ส่วนตัวเมียจะไม่มี ปลากลุ่มนี้เลี้ยงง่าย อดทน กินอาหารได้หลากหลาย สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นๆที่ไม่ดุร้ายได้ และที่สำคัญ มันออกลูกเป็นตัว ครั้งหนึ่งมีตั้งแต่สามสิบไปจนถึงหลักร้อย ปลากลุ่มนี้เหมาะสำหรับตู้ทุกขนาด โหล หรือแม้กระทั่งอ่างใบเล็กๆ

บอลลูน มอลลี่’ ตัวสั้นอ้วนกลมมีสีสันที่หลากหลายเลี้ยงเพื่อการส่งออกได้

______.jpg

ปัจจุบัน “บอลลูน มอลลี่” เป็นปลาสวยงามอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยเลี้ยงเพื่อการส่งออก โดยส่งไปขายยังฮ่องกง, ไต้หวัน, สหรัฐอเมริกา ฯลฯ เนื่องจากเป็นปลาสวยงามที่มีความหลากหลายสีสันอีกชนิดหนึ่ง ถึงแม้จะมีลวดลายน้อยกว่าปลาหางนกยูง แต่จะเด่นกว่าตรงครีบกระโดงหลังที่สูงและแผ่สะดุดตา ลักษณะเด่นของปลาบอลลูนคือ ลำตัวกลมเหมือนบอลลูน (ยิ่งกลมยิ่งสวย) ลำตัวสั้นและอ้วน การเลี้ยงปลาสวยงามชนิดนี้ในบ้านเรามีอยู่หลายชนิด ถ้าแยกเป็นสีได้แก่สีขาว, ดำ, ส้ม, เหลือง, ลายขาว-ดำ, ลายขาว-น้ำตาล, ลายขาว-ดำ-เหลือง และสีช็อกโกแลต เป็นต้น


วิธีการเพาะขยายพันธุ์
ปลาบอลลูนชนิดนี้ว่าเพาะพันธุ์ง่าย เป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว อัตราการปล่อย 1 : 3 คือ ตัวผู้ 1 ตัวต่อตัวเมีย 3 ตัว จะปล่อยให้ผสมพันธุ์ในบ่อปูนหรืออ่างก็ได้ คุณวินัยบอกว่าบ่อยิ่งกว้างจะปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ได้มาก โดยคิดอัตราปล่อยอัตรา 100 ตัวต่อพื้นที่บ่อ 1 ตารางเมตร ให้น้ำมีระดับความลึกประมาณ 30 เซนติเมตร พ่อ-แม่พันธุ์ควรจะใช้ปลาหนุ่ม-สาวอายุ 4-6 เดือน ถ้าปลามีอายุมากกว่านี้จะปลดระวางขายเป็นปลาไซซ์ใหญ่ จากที่ได้กล่าวมาแล้วว่าปลาบอลลูน มอลลี่จะออกลูกเป็นตัวเหมือนกับปลาหางนกยูงและปลาสอด


แม่ปลาจะตั้งท้องประมาณ 28-35 วัน และแต่ละแม่จะให้ลูกครั้งละ 10-30 ตัว แล้วจะพักไป 10-15 วัน ก็จะให้ลูกอีก ดังนั้นคนที่เพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้จะต้องคัดลูกปลาออกทุกวันไม่เช่นนั้นพ่อและแม่จะ กินลูกจนหมด ในบ่อหรืออ่างควรจะมีไม้น้ำ เช่น ผักตบชวา, สาหร่าย, เชือกปอฟางฉีกฝอยเพื่อให้ลูกปลามีที่หลบซ่อน คุณวินัยบอกว่าบ่อที่ใช้ในการอนุบาลลูกปลาควรจะขัดให้สะอาดและตากแดดอย่างน้อย 2 วันเพื่อฆ่าเชื้อโรค อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกปลาให้ไรแดง 2 มื้อ เช้า-เย็น โดยให้พอประมาณ (ให้มากไปจะทำให้น้ำเน่าเร็ว) พอโตได้สักระยะหนึ่งเปลี่ยนมาให้อาหารปลากินพืชเม็ดเล็ก เมื่อลูกปลามีอายุได้ราว 1 เดือน ให้คัดแยกตัวผู้และตัวเมียออก วิธีการสังเกตปลาตัวผู้และตัวเมียคือ ปลาตัวผู้ขนาดจะเล็กกว่าปลาตัวเมียแต่ส่วนของครีบกระโดงหลังของตัวผู้จะยาวกว่าของตัวเมีย เมื่อปลามีอายุได้ประมาณ 4 เดือน จับขายได้ ส่วนใหญ่จะขายคละกันทั้งตัวผู้และตัวเมีย


ความแตกต่างของการเลี้ยงปลาชนิดนี้ในบ่อดินและบ่อปูนว่า ถ้าเลี้ยงในบ่อปูนปลาจะโตช้ากว่าที่เลี้ยงในบ่อดินถึง 1 เท่าตัว เช่น บ่อปูนใช้เวลาเลี้ยงนาน 4 เดือน ถึงจะจับขายได้ในขณะที่เลี้ยงในบ่อดินจะใช้เวลาเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น ควรจะมีการถ่ายน้ำทุก ๆสัปดาห์และจะต้องถ่ายออกทั้งหมด เนื่องจากในช่วงอนุบาลลูกปลาจะมีเศษอาหารหลงเหลืออยู่มาก

เคล็ดลับในการคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ปลาโดย คัดเอาปลารุ่นที่มีอายุ 4 เดือน ที่มีลักษณะตรงตามสายพันธุ์มาเป็น พ่อ-แม่พันธุ์ในรุ่นต่อไป โดยจะใช้พ่อ-แม่พันธุ์รุ่นนี้เพื่อให้ลูกนาน 2-3 เดือน ถึงจะเปลี่ยนพ่อ-แม่พันธุ์ชุดใหม่เข้ามาทดแทน ในการเลี้ยงปลาบอลลูน มอลลี่เพื่อการผลิตพันธุ์ไม่ควรเลี้ยงคละสี เพราะจะทำให้ปลากลายพันธุ์ได้และมีสีปลาที่อาจไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

Copyright 2000 - 2004 Miro International Pty Ltd. All rights reserved.
Mambo is Software released under the GNU/GPL License.
โดย ทีมพัฒนาแมมโบ้ ลายไทย mamboHub.com และ Rachaplathong Aquarium Thailand