ปลาหางนกยูงนั้นเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายที่สุด
เมื่อสมัยตอนผมเด็กๆพอผมจำความได้ก็เริ่มรู้จักปลาหางนกยูงพร้อมๆกับปลากัด
แต่สมัยนั้นคนนิยมกัดปลากัน
ผมรู้สึกว่ามันโหดร้ายมากๆที่นำปลามากัดกัน
ผมจึงเลือกที่จะเลี้ยงปลาหางนกยูง
ผมก็ไม่ได้ไปซื้อหาที่ไหนหรอกครับ
ก็อาศัยช้อนตามคลองส่งน้ำต่างๆ
ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีพันธุ์อะไรบ้าง
แล้วก็นำมาใส่ตู้ปลาไว้
ให้อาหารบ้างไม่ให้บ้าง
เปลี่ยนน้ำบ้างถ้าว่าง
พูดง่ายๆก็คือตอนเด็กๆ
ผมเป็นเด็กที่สนใจอะไรได้ไม่นานซักพักก็เบื่อ
ต่อมาก็เลิกเลี้ยงแล้วก็มาเลี้ยงปลาทอง
ปลาคาร์ฟ ปลาสอดแดง
สอดดำ ซัลฟินตามลำดับ
หลังจากผ่านชีวิตมาเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น
ผมก็อยากจะเลี้ยงปลาอีกก็เลยไปที่สวนจตุจักร
ซื้อปลาหางนกยูง
แต่แล้วก็ต้องตกใจที่เดี๋ยวนี้ราคาปลาแพงมาก
อีกทั้งก็มีหลายสายพันธุ์
และยังเลี้ยงลำบาก
ต้องเอาใจใส่มากเพราะว่าเกิดจากการที่คนบรีดปลานำปลาที่มียีนส์
ด้อยมาทำการบรีด
จึงทำให้ปลาสมบูรณ์ไม่ถึง
100 เปอร์เซ็นต์เต็ม
ทำให้ผมสูญเสียปลาไปหลายสิบตัว
เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงเลี้ยงปลาหางนกยูงแบบเดิมๆ
เหมือนกับที่เราเลี้ยงเมื่อตอนเด็กๆไม่ได้
ส่วนราคาเราคงไม่ต้องพูดถึง
แต่สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของจิตใจ
จากเหตุการณ์ครั้งนี้
ผมได้พยายามที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาหางนกยูงจากแหล่งค้นคว้าที่ต่างๆ
ทั้งหนังสือ,
อินเทอร์เน็ต,
ถามคนขายปลา,
และกรมประมง
แต่ก็ไม่สามารถทำให้ปลาของผมดำรงชีวิตอยู่ได้
ผลสุดท้ายผมได้นำข้อมูลจากที่ต่างๆมารวบรวม
ก็คงเหมือนกับการทดลอง
ก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า
1.
อุณหภูมิจากภายนอกและภายในภาชนะต่างๆ
เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปลาตาย
ซึ่งเกิดจากการที่เราเปลี่ยนถ่ายน้ำ,
ย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
และขนาดของภาชนะที่ใส่ปลาด้วย
วิธีแก้ไขทำได้โดยการที่ผมจะเลือกภาชนะอย่างที่ผมใช้อยู่ก็คือตู้ปลาขนาด
24
นิ้วเป็นอย่างน้อยในการเลี้ยงปลา
เหตุที่ผมเลือกใช้ก็เพราะว่าตู้ขนาดใหญ่อุณหภูมิ
ในตู้จะเปลี่ยนแปลงได้ช้าทำให้ปลาได้สามารถปรับอุณหภูมิของร่างกายได้ทัน
ส่วนการเปลี่ยนถ่ายน้ำผมจะเลือกเปลี่ยนถ่ายน้ำในช่วงตอนบ่ายๆ
สักบ่ายหนึ่ง บ่ายสอง
เพราะว่าอุณหภูมิน้ำในช่วงนี้จะไม่สูงและไม่ต่ำจนเกินไป
เหมาะสำหรับปลา อีกทั้งอ๊อกซิเจนในน้ำก็เหมาะสมกับปลาด้วย
แต่ถ้าจะย้ายปลาจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเป็นสิ่งที่ต้องควรระวังมากเพราะว่า
อุณหภูมิน้ำจากสองแหล่งควรที่จะอุณหภูมิใกล้เคียงกัน
ไม่ควรต่างกัน บวกลบ 2
องศา
โดยการใช้เทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้วัดอุณหภูมิน้ำวัดน้ำจากสองแหล่ง
หรือวิธีง่ายๆ
ก็คือใช้นิ้วของเราจุ่มลงไปในน้ำจากสองแหล่งที่จะทำการย้ายปลา
ว่าแหล่งไหนอุณหภูมิต่ำ
และแหล่งไหนอุณหภูมิสูง
เพราะว่านิ้วของเราจะสามารถรู้สึกได้
2.
ความหนาแน่นของประชากรปลากับพื้นที่ภาชนะ
หลักการคำนวณง่ายๆของผมก็คือ
คิดจากขนาดของปลาแล้วมาหักลบกับพื้นที่ทั้งหมด
ควรที่จะเหลือพื้นที่ให้ปลาได้ว่ายน้ำบ้าง
3.
สิ่งแวดล้อมต่างๆ
เช่นสว่างเกินไปไหม,
อึกทึกครึกโครม ฯลฯ
วิธีแก้ไขโดยการจัดหาที่วางภาชนะในที่ๆ
เงียบบ้างเป็นบางเวลา
โดยเฉพาะกลางคืนซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของปลา
และอีกวิธึหนึ่งก็คือโดยการเติมเกลือเม็ด
แต่ถ้าไม่มี
ใช้เกลือป่นก็พอได้ลงไปในภาชนะ
อย่างผมตู้ขนาด 24
นิ้วก็ใช้สัก 1 กำมือ
ก็จะสามารถช่วยลดความเครียดของปลา
อีกทั้งเกลือยังสามารถฆ่าเชื้อปรสิตภายนอกที่เป็นตัวทำให้เกิดโรคของปลาได้อีกด้วย
ข้อควรระวังก็คือ
ในการเติมเกลือควรเติมทีละน้อยเพื่อดูว่าปลาสามารถทนอยู่ใต้สภาวะความเค็มได้แค่ไหน
มิฉะนั้นปลาของท่านอาจจะตายได้
4.
ปลาป่วยกับการรักษา
ถ้าเราทำได้ทั้ง 3
ข้อที่กล่าวมา
โอกาสที่ปลาจะป่วยมีน้อยมาก
นอกจากจะเกิดจากปัจจัยเสริมเช่นความเป็นกรดด่างของน้ำ
ในน้ำมีแบคทีเรียที่ให้โทษมากกว่าที่ให้คุณ
และอื่นๆ
ปลาป่วยเกิดจากที่ปลาเครียดและอ่อนแอ
ทำให้แบคทีเรียภายนอกเข้าสู่ตัวปลา
ถ้าปลาไม่เครียดปลาก็จะไม่ป่วย
ควรหมั่นดูแลพฤติกรรมของปลาว่าปลาตัวไหนแยกออกมาจากกลุ่ม
เพราะปลาหางนกยูงส่วนใหญ่จะอยู่เป็นกลุ่ม,
ว่ายน้ำเชื่องช้า(ไม่ใช่ปลาที่ท้อง)
แต่ถ้าปลาป่วยควรจะทำอย่างไร
ก่อนอื่นก็ควรแยกปลาที่ป่วยออกจากภาชนะที่เลี้ยงมายังภาชนะอื่น
แล้วนำปลามาแช่ด่างทับทิม
หรือฟอร์มาลีนเพื่อฆ่าเชื่อโรค
หรือใส่ยาสำเร็จรูปตามท้องตลาด
ส่วนวิธีที่ผมใช้อยู่ก็คือ
ถ้าปลามีจุดสีแดงที่ท้อง
ที่ครีบหาง ครีบอก
ครีบทวาร ให้สัณนิฐานว่าปลาเป็นโรคตกเลือด
ใส่ยาเตตร้า(ยาแก้อักเสบแค็ปซูลสีดำแดง
)
ที่เรากินเวลาเจ็บป่วยละลายกับน้ำสักครึ่งแค็ปซูลกับเกลือทะเลสัก
1 กำมือต่อตู้ปลา 24 นิ้ว
ปล่อยไว้สัก 3 - 4 วัน
ควรตั้งไว้ในที่เงียบสงบ
อุณหภูมิคงที่
งดอาหารมีชีวิต
แต่ถ้าสงสารปลาให้อาหารสำเร็จรูปก็คงไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
แต่ควรให้พอดี
แต่ผมเคยใช้ใบหูกวางแช่น้ำหมักตัวปลาก็ได้ผลเหมือนกัน
แต่ถ้าปลาอาการหนักมากซึ่งเกิดโรคตกเลือด
และจะเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาอีกหลายโรค
(ส่วนที่เป็นโรคตกเลือดจะมีปุยยุ่ยๆขาวๆเกาะที่ตัวปลาและเชื้อโรคจะกินเป็นแผลลึกเข้าไปเรื่อยๆจนปลาทนไม่ไหว
และตายไปในที่สุด)
เท่าที่ผมลองใช้ยาต่างๆกับปลาที่อาการหนักไม่สามารถช่วยชีวิตปลาไว้ได้
ทางที่ดีที่สุดควรหมั่นดูแลปลาของท่านจะทำให้ท่านสามารถพบอาการป่วยของปลาได้แต่
เนิ่นๆ
ก็จะทำให้ปลาอยู่กับท่านไปได้นานแสนนาน
สุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากอะไรเล็กๆน้อยๆไว้ให้กับทุกๆคน
มีคนเคยบอกกับผมว่าการให้มีความสุขมากกว่าการรับ
และการเลี้ยงปลาก็คือการที่เราเข้าใจในวิถึชีวิตของเขารวมกับความเข้าใจของเราก็
จะทำให้การเลี้ยงปลาเป็นเรื่องง่ายๆที่ใครๆ
ก็เลี้ยงได้
ความรู้สึกที่ผมได้จากการเลี้ยงปลาก็คือความเมตตาต่อสัตว์และการให้ต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน
และปลายังทำให้ผมได้ผ่อนคลายจากการเรียน
และการทำงานต่างๆ
ถ้าท่านอยากรู้ว่าผมรู้สึกอย่างไร
ท่านก็คงต้องสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้น
อาจจะหาปลาที่เลี้ยงง่าย
ดูแลง่ายมาเลี้ยงสักตัว
สองตัวแล้วคุณจะเริ่มรู้สึกรักมันและเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของมัน
แล้วความเครียดทั้งหลายของท่านจะค่อยๆมลายหายไปอย่างช้าๆพร้อมกับความสุขที่ท่าน
จะได้รับจากการให้ต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน......................... |