การเลี้ยงปลา
ปัจจุบันผมเลี้ยงปลา
อโรวาน่าอยู่ 2 ตัว
ตัวแรกเป็นแดง (Super Red)
ซึ่งมีความยาวช่วงลำตัว
20 นิ้ว
และอีกตัวเป็นทองมาเลย์
ลำตัวยาวประมาณ 12-13 นิ้ว
ผมก็เหมือนคนที่เลี้ยงปลาอโรวาน่าคนอื่นๆ
ที่รู้สึกชอบในลักษณะเฉพาะของปลาพันธุ์นี้
ไม่ว่าจะเป็นสีสันของเกล็ดที่แตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์
หรือการเปลี่ยนสีของเกล็ดในช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป
อีกทั้งรูปทรงของตัวปลาและการเคลื่อนตัวของปลาที่ทำให้คนเลี้ยงประทับใจ
วิธีเลี้ยงปลา
โดยทัศนคติส่วนตัว
ผมคิดว่าปลาอโรวาน่าเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย
ซึ่งผมคิดว่าคนที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลา
ทั่วไปจะไม่พบปัญหาในการเลี้ยงปลาชนิดนี้มากนัก
เริ่มที่ตู้ปลา
ตู้ที่ผมใช้เลี้ยงจะเป็นตู้เปลือย
ไม่มีที่กั้นกรองข้างตู้
ขนาด 48"x24"x24"
ผมแนะนำว่าควรเลือกซื้อตู้ขนาดใหญ่ซักนิดเพราะว่าปลาอโรวาน่ามีอัตราการเจริญค่อนข้างสูง
ในเมื่อคิดว่าจะเลี้ยงปลาชนิดนี้แล้ว
การลงทุนในเรื่องของตู้เพียงครั้งเดียวน่าจะดีกว่า
ในเรื่องของระบบกรองน้ำ
ผมเลือกใช้ระบบกรองน้ำในตู้
โดยผมจะวางที่กรองในตู้
(Under Grave)
อยู่ข้างใต้และมีหินกรวดเบอร์
2
ทับอีกชั้นเพื่อกรองน้ำในตู้
หินที่ใช้เลี้ยงปลาผมจะเลือกใช้ที่มีลักษณะมน
ไม่มีขอบแหลมคม
และผมจะใช้ปั๊มออกซิเจน
2 เครื่องใน 1
ตู้เพื่อให้อากาศภายในตู้กระจายไปอย่างทั่วถึง
เหตุผลที่ผมเลือกใช้ปั๊มออกซิเจน
2 เครื่อง
เพราะว่าผมต้องการให้น้ำภายในตู้มีหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลาและเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพของน้ำภายในตู้
(ปั๊มแบบออโตเมติก
ซึ่งถ้าเกิดไฟฟ้าดับ
ปั๊มยังคงทำงานได้โดยใช้ถ่าน
การเปลี่ยนน้ำทุกๆ 3
อาทิตย์
ผมจะถ่ายน้ำซักครั้ง
ปริมาณน้ำที่ผมเปลี่ยนก็อยู่ที่ประมาณ
1 ใน 2 ของตู้
และผมจะกวนหินข้างใต้ทุก
2 เดือน
เพื่อดูดเอาสิ่งสกปรกออกมา
น้ำใหม่ที่ผมใช้จะ
ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าประมาณ
5 วัน
อาหารที่ผมใช้เลี้ยง
คือ ลูกกุ้ง
กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ และ
อาหารเม็ด
ซึ่งผมพยายามที่จะสลับเปลี่ยนอาหารไปเรื่อยตามแต่โอกาส
ส่วนไฟในตู้ปลาผมเลือกจะเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาเพื่อให้ปลาได้รับแสงอย่างพอเพียงและในช่วงอากาศเย็น
เครื่อง Heater
ก็จำเป็นต่อการเลี้ยงปลาอโรวาน่า
ปัญหาที่พบในการเลี้ยงและวิธีแก้ปัญหา
ปัญหาที่พบโดยส่วนตัวในการเลี้ยงอย่างแรกคือ
ในระยะที่ปลายังเล็ก
ปลาอโรวาน่า
ค่อนข้างจะขี้ตกใจง่ายหรือมีความระแวงภัยค่อนข้างสูง
ดังนั้นผมคิดว่า
ผู้เลี้ยงจะต้องระมัดระวังพอสมควร
เวลาเดินเข้าใกล้ตู้
ไม่ควรวิ่งเข้าหาตู้อย่างรวดเร็ว
ถ้าปลาที่เลี้ยงเกิดตกใจบ่อยครั้ง
โอกาสที่ปลาจะได้รับบาดเจ็บก็จะมีสูงขึ้นและอาจทำให้ปลาที่เลี้ยงเป็นปลาที่ขี้ตกใจง่าย
เรื่องที่สอง การปิด-เปิดฝาตู้ก็ควรระมัดระวังโดยเฉพาะในช่วงให้อาหารปลาและเปลี่ยนน้ำ
ในส่วนของอาการป่วยของปลา
จากประสบการณ์ที่พบ
โรคเน่าเปลือยที่หางและครีบเป็นโรคที่พบและเกิดมากที่สุด
สาเหตุที่ทำให้เกิดการเน่าเปลือยที่หางและครีบคือ
น้ำที่ใช้ในตู้เสื่อมสภาพ
ซึ่งผู้เลี้ยงไม่ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นระยะๆเท่าที่ควร
ทำให้สิ่งสกปรกที่อยู่ข้างใต้ตู้ไม่ได้ถูกดูดออกไป
เป็นบ่อเกิดของการเพาะเชื้อโรคชนิดต่างๆ
อีกทั้งผู้เลี้ยงที่ใช้อาหารสดเลี้ยง
เช่น เนื้อชนิดต่างๆ
ก็มีโอกาสที่จะทำให้น้ำเสียเร็วยิ่งขึ้น
วิธีรักษาที่ผมทำอยู่คือ
การใส่ยา FUNGUS
รักษาหลังจากการเปลี่ยนน้ำแล้ว
ย้ำนะครับ ยา FUNGUS แท้
ไม่ใช่ของเทียม
ที่ผมเขียนเช่นนี้เพราะ
พ่อค้าบางรายขาดความซื่อสัตย์ขายยาของเทียมให้
ทำให้การรักษาโรคเป็นไปได้ช้าและทำให้โรคไม่หายขาด
โดยช่วงที่ทำการรักษาผมจะเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆ
4 วันในระดับ 1 ใน 2 ของตู้
จนหางและครีบที่เน่าเริ่มดีขึ้น
อ้อ !
ช่วงที่ปลาป่วยผมจะเปิด
ปั๊มออกซิเจนแรงขึ้นด้วย
สุดท้ายนี้สำหรับเพื่อนๆ
ที่พบปัญหาในการเลี้ยงปลาในลักษณะที่เหมือนหรือแตกต่างออกไป
และต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผมยินดีครับ
และนอกจากนี้ผมมีผู้เชี่ยวชาญทางการเลี้ยงปลาอโรวาน่า
และรักษาโรคของปลาที่มีประสบการณ์
อยากจะแนะนำเพื่อนๆ
ด้วย ติดต่อผมได้ที่ อีเมลตามที่แจ้งไว้ |