การเพาะพันธุ์ปลาตะพัดที่ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดสุราษฎร์ธานี

4. การเพาะพันธุ์

                ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดสุราษฏร์ธานี ได้ทำการเพาะพันธุ์ปลาตะพัดโดยวิธีธรรมชาติ ทั้งในบ่อดินและบ่อซีเมนต์ โดยใช้วิธีการดังนี้

    1. การเพาะพันธุ์ในบ่อดิน โดยใช้บ่อดินขนาด 1 ไร่ หลังจากการเตรียมบ่อและใส่ปูนขาวแล้วจะเติมน้ำให้มีระดับความลึกประมาณ 1-1.50 เมตร ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ปลาตะพัดลงเลี้ยงในอัตรา 40 ตัวต่อบ่อ (ตัวเมียต่อตัวผู้ เท่ากับ 1 : 1-2) ร่วมกับพ่อ-แม่ปลานิลจำนวน 400 ตัว (ตัวเมียต่อตัวผู้ เท่ากับ 3 : 1) โดยหวังให้พ่อแม่ปลานิลออกลูกเพื่อปลาตะพัดจะได้กินลูกปลานิลอีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ก็ให้กินอาหารอื่นๆ เพิ่มเติม ได้แก่ เนื้อปลาสับ, ลูกกบ-เขียด, แมลง และจิ้งจก เป็นต้น หลังจากนั้นจะทำการรวบรวมลูกปลาตะพัดปีละสองครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะต้องคำนวณระยะเวลาให้เหมาะสม มิฉะนั้นหากไปรวบรวมในช่วงที่ลูกปลาฟักออกเป็นตัวแล้ว แต่ยังอาศัยอยู่ในปากแม่ก็จะทำให้ได้ลูกปลาที่แข็งแรงและมีอัตราการรอดตายสูง แต่ถ้าหากรวบรวมช้าไปกว่านี้ ลูกปลาจะออกจากปากแม่และเป็นอาหารอันโอชะของปลาตัวอื่น
        การผสมพันธุ์วางไข่ของปลาตะพัดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะมีอยู่ 2 ช่วงด้วยกัน โดยแต่ละช่วงจะมีวิธีการสังเกตระยะเวลาที่เหมาะสมในการรวบรวมลูกปลาดังนี้
       ช่วงที่ 1 หลังจากผ่านฤดูร้อน พอมีฝนตกหนักชุดแรก (หรือสังเกตว่าปลาแยกตัวออกจากฝูง ไม่ยอมกินอาหาร) ให้นับไปอีกประมาณ 45-60 วัน ก็จะทำการเฝ้าปลาโดยในช่วงกลางคืนจนถึงเช้ามืด ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำต่ำ ปลาตะพัดจะปล่อยลูกปลาออกจากปากและว่ายน้ำเป็นอิสระอยู่ตามผิวน้ำ หลังจากนั้นในช่วงที่มีแสงแดดหรือหากลูกปลาตกใจก็จะกลับเข้าไปอยู่ในปากเหมือนเดิม ระยะนี้จะอยู่ในช่วงประมาณเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม เราสามารถรวบรวมลุกปลาได้โดยใช้อวนทับตลิ่งล้อมจับปลา แล้วเปิดปากปลาตะพัดเพื่อนำลูกปลาไปอนุบาลต่อไป
       ข่วงที่ 2 ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี ในเขตภาคใต้มักจกมีฝนตกหนักและเกิดอุทกภัยขึ้นบ่อยๆ ซึ่งก็จะเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ปลาตะพัดจะผสมพันธุ์วางไข่ โดยเราใช้วิธีการสังเกตเหมือนเดิม และจะสามารถรวบรวมลูกปลาได้ในราวเดือนธันวาคม

     2. การเพาะพันธุ์ในบ่อคอนกรีต ใช้บ่อดินขนาด 50 ตารางเมตรพร้อมติดตั้งระบบให้อากาศภายในบ่อ เติมน้ำให้มีระดับความลึกประมาณ 80 เซนติเมตร ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ปลาลงเลี้ยงในอัตรา 10 คู่ต่อบ่อ ให้กินอาหารประเภทเนื้อปลาสับ, ลูกกบ-เขียด, แมลง และจิ้งจก ในอัตราที่ปลากินพออิ่ม หลังจากที่ปลาผสมพันธุ์วางไข่แล้วจะแยกตัวออกจากฝูง ไม่กินอาหารและมักจะลอยตัวอยู่บริเวณผิวน้ำมุมใดมุมหนึ่งเป็นประจำ หากสังเกตบริเวณปากจะเห็นได้ว่าปากอูมใหญ่ออกทั้งด้านข้างและด้านหน้า เนื่องจากอมไข่ไว้ภายในและจะขยับปากทุกๆ 2-3 นาทีเพื่อพลิกกลับไข่ หากสังเกตเห็นลักษณะดังกล่าวแล้วจะปล่อยให้ปลาดูแลไข่เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หรือสังเกตเห็นว่าความอูมด้านข้างของปากลดลง จึงรวบรวมลูกปลาโดยใช้อวนล้อมจับปลาแล้วเปิดปากเพื่อนำลูกไปอนุบาลต่อไป