| ลงใน
คอลัมน์"น่ารักน่าเลี้ยง"
หนังสือพิมพ์
"เดลินิวส์"
ฉบับวันอาทิตย์ที่ 18
กุมภาพันธ์ 2544
มาติดตามในตอนสุดท้ายของเรื่องราวเกี่ยวกับปลาทองนะคะ
โดยวันนี้เป็นเรื่องเทคนิควิธีการเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาทองแรกเกิด
ซึ่ง คุณจูแห่งราชาปลาทอง
ให้ข้อมูลและรายละเอียดที่น่าสนใจไว้ดังนี้ค่ะ
การเพาะพันธุ์ปลาทองอาจเพาะพันธุ์ได้ในตู้กระจก
บ่อซีเมนต์กลมขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่
80 ซม.
หรือใช้บ่อเทียมขนาด 1
ตารางเมตรขึ้นไป
โดยหลังจากทำความสะอาดบ่อหรือภาชนะเรียบร้อยแล้ว
ให้เทน้ำสะอาดที่ปราศจากคลอรีนลงไปให้ระดับสูงประมาณ
20-30 ซม. และควรใส่สาหร่าย
หรือผักตบชวา
โดยนำมาแช่ในด่างทับทิมก่อน
หรืออาจจะใช้เชือกฟาง
โดยนำเชือกฟางมามัดแล้วฉีกเป็นเส้นฝอยใส่ลงในบ่อเพื่อให้ใข่เกาะ
การเพาะพันธุ์ปลาทองสามารถทำได้
2 วิธีคือ
โดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ
และวิธีการผสมเทียม
การเพาะพันธุ์โดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ
เป็นวิธีการเพาะพันธุ์ปลาทองแบบง่ายและประหยัด
บ่อหรือภาชนะที่มีขนาด 1
ตารางเมตรเป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุด
และควรปล่อยพ่อแม่ปลาเพียง
4-6 ตัว / บ่อ
โดยนำพ่อแม่พันธุ์ที่มีความสมบูรณ์พร้อมผสมพันธุ์ซึ่งคัดไว้เรียบร้อยแล้วมาใส่ในบ่อเพาะในอัตราส่วน
ตัวผู้ : ตัวเมีย เท่ากับ 1
: 1 หรือ 2 : 1
ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเชื้อของตัวผู้และความสมบูรณ์ของแม่พันธุ์
ปลาตัวผู้จะเริ่มไล่ปลาตัวเมียโดยใช้ปากดุนที่ท้องปลาตัวเมียเพื่อกระตุ้นให้วางไข่
ตัวเมียจะปล่อยไข่เป็นระยะๆ
ขณะเดียวกันตัวผู้ก็จะปล่อยน้ำเชื้อเข้าผสมกับไข่
จากนั้นไข่ก็จะกระจายติดกับสาหร่าย
ผักตบชวา
หรือเชือกฟางที่ใส่ไว้ในบ่อ
เนื่องจากไข่มีลักษณะเป็นเมือกเหนียวช่วยในการยึดเกาะได้
ระยะเวลาในการผสมพันธุ์
อาจใช้เวลาถึง 3
ชั่วโมงปลาจึงวางไข่หมด
แม่ปลาจะวางไข่ครั้งละ
500 - 5,000 ฟอง
โดยปริมาณไข่จะขึ้นอยู่กับขนาดของแม่ปลา
ปลาตัวเล็กปริมาณไข่ก็จะน้อย
ภายหลังจากที่ปลาผสมพันธุ์กันแล้ว
จะสังเกตเห็นน้ำในบ่อเพาะพันธุ์มีลักษณะเป็นฟองคล้ายมีเมือกผสมอยู่
และหลังจากที่แม่ปลาวางไข่แล้ว
ควรแยกพ่อแม่ออกไปเลี้ยงในบ่ออื่นทันที
วิธีที่สองคือ การเพาะพันธุ์โดยวิธีผสมเทียม
เป็นวิธีที่จะทำให้ได้อัตราการฟักไข่สูงกว่าการเพาะพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติ
แต่ขั้นตอนจะยุ่งยากกว่า
หลังจากที่เตรียมอ่างเพาะหรือบ่อเพาะปลาแล้ว
ให้ตรวจความพร้อมของแม่ปลา
ซึ่งหากแม่ปลาพร้อมที่จะวางไข่
ท้องจะนิ่ม
วิธีการทำคือ
รีดไข่จากแม่ปลาลงในกะละมังที่มีน้ำสะอาด
แล้วรีดน้ำเชื้อจากปลาตัวผู้
1-2 ตัวลงผสมพร้อมๆ กัน
ขั้นตอนการรีดต้องทำอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล
เพราะปลาอาจบอบช้ำถึงตายได้
จากนั้นรีบคลุกเคล้าไข่กับน้ำเชื้อให้เข้ากัน
เพื่อให้น้ำเชื้อของปลาตัวผู้ไปผสมกับไข่ของปลาตัวเมียได้อย่างทั่วถึง
ต่อมาล้างไข่ด้วยน้ำสะอาด
1-2 ครั้ง
วิธีนี้จะช่วยให้อัตราการฟักเป็นตัวของไข่ปลามีมากกว่าการปล่อยให้ปลาผสมกันเองตามธรรมชาติ
เมื่อไข่ถูกน้ำจะดูดซึมน้ำเข้าไปในเซลล์และมีสารเหนียวๆทำให้ไข่ติดกับกาละมัง
ไข่ที่ได้รับการผสมน้ำเชื้อจะมีลักษณะใสวาวๆ
สีเหลือง
ส่วนไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะมีสีขาวขุ่น
ขั้นตอนสุดท้าย
นำกะละมังที่มีไข่ปลาติดอยู่ไปใส่ในบ่อฟักที่มีระดับน้ำลึกประมาณ
20 ซม.
วันแรกยังไม่จำเป็นต้องให้อาหารเนื่องจากลูกปลามีถุงอาหารอยู่
ซึ่งลูกปลาจะดูดซึมอาหารจากถุงอาหารนี้เอง
หลังจาก 3
วันแล้วจึงเริ่มให้อาหารโดยให้ลูกไรแดงขนาดเล็กที่ผ่านการกรองด้วยตาข่าย
หรือจะใช้ไข่แดงต้มสุกละลายน้ำแล้วหยดให้ปลากินวันละ
3-4 ครั้ง โดยให้ประมาณ 2-3
วัน
ต่อมาควรเปลี่ยนเป็นไรแดงขนาดใหญ่ขึ้น
เมื่อลูกปลามีอายุได้ 15
วันจึงเริ่มให้อาหารสำเร็จรูปและอาหารสดที่มีขนาดใหญ่เสริม
เช่นลูกน้ำ ไส้เดือนน้ำ
เมื่ออนุบาลลูกปลาจนมีอายุได้
2
สัปดาห์ควรคัดปลาที่มีลักษณะดีไว้
โดยพิจารณาจากรูปทรงของลำตัวและครีบ
โดยเฉพาะครีบหาง แลัควรคัดขนาดปลาด้วยเพราะลูกปลาที่มีขนาดเล็กจะแย่งอาหารไม่ทันลูกปลาที่มีขนาดใหญ่กว่า
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลการเพาะพันธุ์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนคอลัมน์ที่เลี้ยงปลาทองไว้ทั้งเพื่อดูเล่นและขยายพันธุ์ค่ะ
ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ
รับรองว่าได้ผลตามที่ตั้งใจทีเดียว
|
วิธีสังเกตปลาที่พร้อมผสมพันธุ์
ปลาตัวเมีย
1.
ท้องจะกางออกมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
และมีสีเข้มมากกว่าปกติ
2. เมื่อเวลาเอามือลูบที่ท้องจะรู้สึกนิ่มกว่าปกติ
และมักมีเมือกปกคลุม
3.
บริเวณรอบรูทวารของปลาตัวเมียจะมีสีชมพูเรื่อๆ
โดยรอบ
และเมื่อใช้มือรีดเบาๆ
จะมีไข่ปลาทะลักออกมา
ปลาตัวผู้
1.
ปลาจะรู้สึกคึกคักและกระปรี้กระเปร่าอยู่ตลอดเวลา
โดยเฉพาะถ้าภายในบ่อเลี้ยงมีปลาตัวเมียอยู่ด้วย
2.
บริเวณเหงือกจะมีเม็ดตุ่มเล็กๆ
เมื่อใช้มือลูบจะรู้สึกสาก
3.
บริเวณครีบอกจะมีตุ่มสีขาวปรากฏให้เห็น
4.
เมื่อใช้มือรีดที่ท้องปลาเบาๆ
ปลาที่พร้อมจะผสมพันธุ์จะมีน้ำเชื้อสีขาวขุ่นไหลออกมา
|
|