ข่าว 1 || ข่าว 2 || ข่าว 3

เทคนิคการเลี้ยงปลาทอง "เลี้ยงอย่างไรจึงสวย"

ลงใน คอลัมน์"น่ารักน่าเลี้ยง" หนังสือพิมพ์ "เดลินิวส์" ฉบับวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2544       

            หลังจากทราบกลวิธีการเลือกซื้อปลาทองให้ได้คุณภาพดีจากคะแนะนำของ คุณปราณี ฤทธิ์เดชขจร หรือคุณจู แห่งศูนย์ "ราชาปลาทอง" ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน วันนี้มาติดตามกันต่อในเรื่องราวของการเลี้ยงปลาทองให้สวยงาม แข็งแรง มีชีวิตยืนยาว อยู่กับเราไปนานๆ ค่ะ

            การเลี้ยงปลาไม่ว่าจะเป็นชนิดใด คุณจูบอกว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยซักนิด แต่หากจะมุ่งเน้นไปถึงเรื่องความสวยว่าเลี้ยงอย่างไรปลาสวยงามเหล่านั้นจึงจะมีสีสวยสด เห็นที่จะไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว ของอย่างนี้ต้องใช้กลเม็ดเคล็ดลับเข้าช่วย

             การเลี้ยงปลาทองให้มีสุขภาพแข็งแรง มีสีสวยสดใส นอกจากจะต้องพิถีพิถันในเรื่องสถานที่เลี้ยง ซึ่งภาชนะที่เป็นที่ยอมรับของนักเลี้ยงปลาทองทั่วไปว่า สามารถช่วยให้ปลามีทรวดทรงที่สวยงามได้สัดส่วนก็เห็นจะเป็น อ่างปูนรูปสี่เหลี่ยมคางหมู หรือการเลี้ยงในตู้ที่ต้องคำนึงถึงสถานที่ตั้งของตู้ว่าควรตั้งในที่ที่แสงแดดส่องถึง มีอากาศถ่ายเทสะดวกแล้ว สภาพน้ำที่ใช้เลี้ยง ตลอดจนวิธีการให้อาหาร ก็ถือเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความสวยงามของปลาด้วยเช่นกัน

             น้ำที่เหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงปลาทองนั้นควรเป็น "น้ำประปา" เนื่องจากน้ำประปาเป็นน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนมาแล้ว แต่ก่อนนำน้ำประปามาใช้เลี้ยงปลาควรพักทิ้งไว้ในโอ่งหรือภาชนะที่ใช้เลี้ยงก่อนเป็นเวลา 1-2 วัน วิธีนี้จะช่วยให้ฤทธิ์ของสารคลอรีนระเหยหายไปในอากาศ และทำให้เราได้น้ำที่มีความใสสะอาดจริงๆ

             สำหรับนักเลี้ยงปลาที่อาศัยบริเวณชานเมืองที่น้ำประปายังเข้าไม่ถึง แนะนำให้ใช้น้ำฝนหรือน้ำบาดาลแทน โดยน้ำจากทั้งสองแหล่งนี้จะต้องนำมาปรับสภาพให้ดีเสียก่อน

             น้ำฝน มักมีสภาพความเป็นกรดและระหว่างที่ตกลงมาก็จะดูดซับเอาสารพิษต่างๆ จากชั้นบรรยากาศมาด้วยทำให้สารพิษเหล่านั้นละลายลงไปในน้ำที่เลี้ยงปลาและทำให้ปลาที่เลี้ยงอยู่เกิดการเจ็บป่วยและตายได้ ดังนั้นก่อนนำน้ำฝนมาใช้ ควรพักน้ำทิ้งไว้ก่อนเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ เช่นเดียวกับ น้ำบาดาล ซึ่งเป็นน้ำที่สูบมาจากใต้พื้นดิน ปริมาณของออกซิเจนที่มีอยู่ในน้ำจะมีน้อยมาก ก่อนนำมาใช้เลี้ยงปลาควรนำมาเพิ่มปริมาณก๊าซออกซิเจนในน้ำเสียก่อนโดยการใช้เครื่องให้ออกซิเจน และขณะเดียวกันน้ำจากทั้งสองแหล่งที่เตรียม ควรตั้งทิ้งไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง ทั้งนี้เพราะรังสีจากแสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อโรค และช่วยแยกสารบางอย่างซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อปลาออกจากน้ำได้

              มาถึงขั้นตอนการนำปลาลงไปเลี้ยง ผู้เลี้ยงควรจำกัดปริมาณปลาให้มีความหนาแน่นเหมาะสมกับขนาดของบ่อหรือตู้ที่เลี้ยง อย่าให้หนาแน่นจนเกินไป ควรรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำให้อยู่ในช่วง 20-25 องศาเซลเซียส และควรให้ออกซิเจนแก่ปลาอย่างเพียงพอ ซึ่งออกซิเจนนี้จะช่วยให้ปลามีสุขภาพดี กระปรี้กระเปร่าอยู่ตลอดเวลา

               ในด้านอาหารของปลา เพื่อช่วยในการเร่งสีสันของปลาให้เข้มสดควรให้ปลากินอาหารสำเร็จรูปชนิดเร่งสีซึ่งมีส่วนผสมของสาหร่ายสไปรูลิน่า (ประมาณ 10 %) ในมื้อเช้า ส่วนมื้อเย็นควรให้เป็นอาหารสด เนื่องจากอาหารสำเร็จรูปจะย่อยยากกว่าอาหารสด การให้ปลากินในตอนเช้าก็เพื่อให้ปลามีเวลาในการย่อยนานขึ้น การให้อาหารสำเร็จรูปใกล้เวลานอนจะทำให้ระบบย่อยอาหารของปลาทำงานไม่สะดวกและทำให้ปลารู้สึกอึดอัดได้

               ทั้งหมดนี้คือเทคนิควิธีการเลี้ยงปลาทองให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงในเบื้องต้นค่ะ ซึ่งเชื่อแน่ว่าใครสามารถปฏิบัติได้ตามนี้ก็สบายใจไปได้แล้วกว่าครึ่งว่า ปลาทองที่เราเลี้ยงอยู่นั้นมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ แต่หากใครอยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้ หรือมีข้อข้องใจเกี่ยวกับการเลี้ยงอื่นๆ ก็สามารถโทรศัพท์ไปขอคำแนะนำจาก คุณจู แห่งราชาปลาทองได้ที่ โทร. 903-0712 ทุกวันไม่เว้นวันหยุด เธอยินดีให้คำแนะนำแก่ผู้รักการเลี้ยงปลาทุกคนโดยไม่คิดมูลค่าค่ะ

การคัดเลือกสถานที่เพื่อทำบ่อเลี้ยง

          ในกรณีที่ผู้เลี้ยงบางท่านต้องการเลี้ยงปลาทองในบ่อนอกบ้านแทนการเลี้ยงในตู้ ก็มีข้อแนะนำในการพิจารณาหาทำเลในการสร้างบ่อมาฝากกันด้วย ดังนี้

           1. บริเวณที่สร้างบ่อต้องไม่เป็นที่อับแสงแดดหรือมีแสงแดดมากเกินไป เพราะถ้าเป็นที่อับอากาศหรืออับแสง จะทำให้ปลามีสีซีด ไม่แข็งแรง และหากแสงมากเกินไปจะมีผลในการดูแลความสะอาดเพราะจะทำให้น้ำเขียวเร็ว เนื่องจากแสงแดดทำให้ตะไคร่น้ำเติบโตเร็ว หากบ่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง ควรใช้ตาข่ายกรองแสงประมาณ 60% ปิดปากบ่อ

             2. บ่อไม่ควรอยู่ใกล้แหล่งสารเคมีที่มีพิษ หรือบริเวณที่มีเสียงอึกทึกครึกโครม เพราะหากปลาตกใจเป็นประจำจะส่งผลถึงการกินอาหารของปลา และการเคลื่อนไหวร่างกายอาจผิดปกติได้

             3. บ่อไม่ควรอยู่ตรงชายคาที่มีน้ำตกพอดี เพราะน้ำฝนที่มีคุณสมบัติเป็นกรด จะทำให้น้ำในบ่อเลี้ยงปลามีคุณสมบัติเปลี่ยนไป มีผลให้ปลาอ่อนแอติดโรคง่าย

             4. ต้องไม่เป็นที่ที่มีศัตรูของปลาหรือมีใบไม้ร่วงใส่เป็นประจำ เพราะอาจเป็นสาเหตุให้น้ำเน่าเสีย หากบริเวณดังกล่าวมีศัตรูปลา เช่น นกหรือแมว ควรหาตาข่ายป้องกัน

              5. การสร้างบ่อให้มีความลาดเอียง เพื่อให้สะดวกต่อการเปลี่ยนถ่ายน้ำ โดยสามารถระบายน้ำออกได้หมด เพื่อสะดวกในการทำความสะอาด

            

 


  | หน้าแรก| | ประวัติราชาปลาทอง| |อโรวาน่าและศัลยกรรม| | ปลาสวยงามทั่วไป | | ปลาแม่น้ำไทย |
 | สนทนาภาษาคนรักปลา | | สินค้าและบริการ | |เปิดโลกซื้อขายสัตว์เลี้ยง| | ข่าวเด่นเดือนนี้| | ติดต่อสอบถาม |   

จัดทำโดย THAIBUSINET DOT COM CO., LTD. ( Tel 945-5466) All rights reserved.
Revised: 27 ก.พ. 2544 08:50:27 +0700 .