ปลาคร๊าฟ

    
ก่อนที่จะเลี้ยงปลาคร๊าฟ
         
แฟนซีคร๊าฟเป็นปลาที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเมืองหนาว การที่เราจะนำปลามาเลี้ยง(ในกรณีสั่งปลามาจากญี่ปุ่น) เราควรปรับสภาพแวดล้อมของบ่อให้เหมาะกับปลาที่เราเลี้ยง จะทำให้ปลาเจริญเติบโตเร็วขึ้น 

ขนาดบ่อปลา
            บ่อที่เหมาะสมกับแฟนซีคร๊าฟ ไม่ควรสร้างตื้นหรือลึกเกินไป ความลึกของบ่อที่เหมาะสมที่สุดคือ ประมาณ 80-120 ซม. และเป็นบ่อซิเมนต์ หลีกเลี่ยงการปูทับด้วยกระเบื้อง เพราะจะทำให้ตะไคร่น้ำเกาะยาก น้ำจะไม่ใสเท่าที่ควร ส่วนขนาดความกว้างยาวของบ่อนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนปลาที่จะเลี้ยงและสถานที่ๆจะอำนวยให้      
            บ่อปลาที่ดีควรมีก้นบ่อลึกลงไปในดินครึ่งหนึ่งและขอบบ่อโผล่เหนือพื้นดินครึ่งหนึ่ง และควรให้ขอบบ่อสูงกว่าระดับน้ำประมาณ 50 ซม. แต่ไม่ควรสูงเกิน 80 ซม. เพราะจะทำให้ขาดความสวยงามในทัศนียภาพ ปกติบ่อที่มีก้นบ่อลึกลงไปในดินจะรักษาอุณหภูมิของน้ำได้ดีกว่าบ่อที่สร้างเหนือพื้นดิน

การสร้างบ่อเลียนแบบธรรมชาติ(Free Form)
            การสร้างบ่อเพื่อประดับสวนในบ้านซึ่งอาจมีรูปแบบลักษณะต่างๆกันหลายแบบ เช่น แบบหลายเหลี่ยม, แบบบ่อกลม, บ่อวงรี, แบบสี่เหลี่ยม หรือแบบคดเคี้ยว ก็ใช้เลี้ยงปลาได้ทั้งสิ้น และจะต้องมีรายละเอียด ดังนี้ ( ขอรายละเอียดมากกว่านี้ได้ที่ร้านหรือโทร. 9030712)
          -- แอ่งสะดือ
          -- ท่อน้ำล้น
          -- ท่อน้ำทิ้ง
          -- ท่อเติมน้ำ
          -- มุมตั้งเครื่องพ่น(หัวเจ็ท)
          -- ท่อนำน้ำไปบ่อกรอง
          -- ที่ตั้งบ่อกรองน้ำ
          -- ท่อนำน้ำกลับลงบ่อ
          -- หลังคาบ่อ
          -- ที่ยืนหรือนั่งชมปลา

             การสร้างบ่อกรองน้ำด้วยวิธีชีวะเคมี เป็นวิธีที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศในประเทศเรามากที่สุด  โดยการสร้างบ่อซิเมนต์ ให้มีอัตราส่วนความจุน้ำ 1:3 ของบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งถือเป็นขนาดที่ได้มาตรฐาน วัสดุที่ใช้เป็นสารสำหรับการกรองนั้น มีปะการังหยาบ, ประการังกลาง, ประการังเล็ก, ประการังละเอียด,ใยกรองหยาบ, ใยกรองละเอียด, คาร์บอนด์, ซีโอไลท์(Ceolite) ซึ่งเป็นหินชนิดหนึ่งที่สามารถดูดซึมแอมโมเนียได้ดีมาก
             ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงปลาคือ มีระบบกรองน้ำที่ดียิ่งเลี้ยงปลาในบ่อ การสร้างบ่อกรองน้ำที่ดี จะทำให้ปลาแข็งแรง โตเร็ว และสีสวยโดยธรรมชาติ และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำและล้างบ่อบ่อยๆ

อาหารปลาแฟนซีคร๊าฟ  นิยมใช้อาหารสำเร็จรูปในการเลี้ยงปลามากที่สุด   ในอาหารสำเร็จรูปควรจะประกอบด้วย
             - ปลาป่น              69%
             - ข้าวสาลี               2%
             - รำสกัด                7%
             - กุ้งแห้ง                6%
             - กระดูกป่น            1%
             - ข้าวโพด              3%
             - แป้ง                    1 %
             - วิตามิน อี         0.5 %
             - เกลือ                0.5%
             การให้อาหารปลาตามวีธีที่ถูกต้องเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกส่วยหนึ่ง ตามหลักวิชาการให้อาหารนั้น ให้คิดเป็นน้ำหนัก 2-4% ของน้ำหนักของตัวปลาต่อวัน ควรลดหรีอเพิ่มอาหารปลาตามสภาพแวดล้อมและขนาดบ่อที่เลี้ยง  ถ้าปลามีสุขภาพไม่ค่อยด ีควรลดปริมาณอาหารปลาลงหรืองดเว้นให้วันเว้นวัน การให้อาหารปลาควรให้เป็นเวลาที่แน่นอนทุกวัน และสถานที่ๆให้อาหารก็ควรเป็นสถานที่ๆประจำ การให้อาหารปลาแต่ละวันควรให้อาหารครั้งละน้อยๆ แต่ให้จำนวน 2 หรือ3 ครั้งต่อ 1 วัน จะดีกว่าการให้อาหารวันละครั้งเดียวและครั้งละมากๆ นิยมใช้เวลาเป็นการคำนวนการให้อาหาร มากกว่าการเทียบจากน้ำหนักของตัวปลา คือ ให้อาหารให้ปลาแล้วปลาควรกินหมดภายใน 10 -15 นาทีและถ้า ปลากินไม่หมดควรตักออกและครั้งต่อไปควรลดปริมาณการให้อาหารลง ควรให้ปลากินอาหารอิ่มเพียง80% การให้ปลากินอิ่มจนเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของปลา

ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสีปลา
    
-- คุณภาพของพันธ์ปลา
    
-- อาหารปลา  
       -- แสงแดด 
      -- สภาพบ่อเลี้ยงและระบบกรองน้ำ

      -- คุณภาพของพันธุ์ปลา  เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดเพราะถ้าเป็นพันธ์ปลาที่คุณภาพดี ผู้เลี้ยงจะเลี้ยงให้ปลาได้สีสวยและขนาดใหญ่ตามสายพันธ์ขึ้นอยู่กับสายพันธ์ปลาที่ซื้อมาเลี้ยงด้วย  สีบนตัวปลาแฟนซีคร๊าฟและปลาเงินปลาทองเป็นสีของคาร์โรทินนอยด์ชนิดแอสทาแซนธิน(Astaxanthin) คาร์โรทินนอยด์ในตัวปลาถ้ามีแอสทาแซนธินมากเท่าไหรปลาย่อมมีสีแดงสดเข้มมากขึ้น แต่ปลาไม่สามารถสร้างคาร์โรทินนอยด์นี้ได้เอง สีของปลาจะขึ้นอยู่กับประเภทและปริมาณของคาร์โรทินนอยด์บนตัวปลา และผิวขึ้นอยู่กับตำแหน่งของคาร์โรทินนอยด์ว่าอยู่ลึกหรือตื้นบนชั้นผิวหนัง มีมากหรือน้อยบนหลังปลา ภานในร่างกายปลาไม่สามารถสร้างคาร์โรทินนอยด์ให้เพิ่มขึ้นได้เอง ปลาได้รับคาร์โรทินนอยด์จากอาหารปลาสำเร็จรูป
      -- อาหารปลา ที่เหมาะกับปลาที่เลี้ยงในเขตร้อน เลือกอาหารปลาที่มีคาร์โรทินนอยด์เป็นส่วนผสมด้วย(มีมากในพืชและสัตว์) และมีคุณค่าทางอาหารคือ
                 - โปรตีน ไม่น้อยกว่า39%
                 - ไขมัน  มีมากกว่า     4 %
                 - กาก  มีมากกว่า 2 %
                 - แคลเซี่ยมไม่มากกว่า 4%
                 - ฟอสฟอรัสไม่มากกว่า2%
                 - วิตามิน อี ไม่มากกว่า 2 %
      
-- แสงแดด บ่อปลาที่มีแสงแดดส่องทั้งวันจะทำให้เกิดปัญหาน้ำเขียวเร็ว ควรทำหลังคาคลุมบ่อปลาบางส่วนหรือหาต้นไม้สูงๆประดับตามบ่อปลา เวลาแดดส่องร่มเงาไม้ช่วยบังแสงแดดบางส่วนไว้ได้ การใส่น้ำยาลดหรือกำจัดตะไคร่น้ำน่าจะควรเป็นทางเลือกสุดท้าย
      -- สภาพบ่อเลี้ยงและระบบกรองน้ำ ควรจัดทำบ่อปลาและระบบกรองน้ำให้ได้ตามมาตรฐาน เพราะถ้าบ่อเลี้ยงปลาและระบบกรองน้ำไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้การเลี้ยงปลาคร๊าฟมีปัญหามากมาย

           ปลาคร๊าฟหลายชนิดมีจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ทั้งในและต่างประเทศ ท่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ pranee@rachaplathong.com

 


  | หน้าแรก| | ประวัติราชาปลาทอง| |อโรวาน่าและศัลยกรรม| | ปลาสวยงามทั่วไป | | ปลาแม่น้ำไทย |
 | สนทนาภาษาคนรักปลา | | สินค้าและบริการ | |เปิดโลกซื้อขายสัตว์เลี้ยง| | ข่าวเด่นเดือนนี้| | ติดต่อสอบถาม |   

จัดทำโดย THAIBUSINET DOT COM CO., LTD. ( Tel 945-5466) All rights reserved.
Revised: 07 ก.พ. 2544 16:28:16 +0700 .