If you are seeing this text then you haven't got a java-enabled broswer. Either turn java on (if your broswer supports it) or go to our Text Only pages.
Showroom
HomeAbout UsProductsEnquiry
Informations
    

   Search Keywords
    



Click here for large size

วิธีสั่งซื้อสินค้าจากร้านราชาปลาทอง ... รายละเอียด





Design & Maintenanced by LOMA Consulting

ฟลาวเวอร์ฮอร์น | อโรวาน่า | ปอมปาดัว | หางนกยูง | ปลาทอง | ปลาคร๊าฟ | พรรณไม้น้ำ

ปลาทอง

ประวัติปลาทอง

ทางประวัติศาสตร์เชื่อได้ว่าการเพาะพันธุ์ปลาทองมีมานานกว่าหนึ่งพันปีแล้ว หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึง คือ รูปวาดปลาทองซึ่งมีเกล็ดสีแดงที่ลำตัวจำนวนมากกำลังว่ายน้ำอยู่ในบ่อ อายุรูปภาพกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ปลาทองเป็นปลาที่อยู่ในวงศ์ ไซไพร์นิดี้ (Family Cyprinidae) จัดเป็นปลาวงศ์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีปลาอยู่เกือบ 2,000 ชนิด ซึ่งปลาในวงศ์นี้มีปลาที่เราพอรู้จักคือ ปลาทอง ปลาไน และปลาตะเพียน จากการศึกษาพบว่า ปลาเงินปลาทองเป็นปลาซึ่งเกิดจากการผ่าเหล่ามาจากปลาไน (Crucian carp) ปลาเงินปลาทองมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Carassius auratus linn. ประเทศแรกที่เพาะพันธุ์ปลาทองได้สำเร็จคือ ประเทศจีน แต่ประเทศที่พัฒนาพันธุ์ปลาทองให้มีสีและลวดลายสวยงามคือประเทศญี่ปุ่น และเพียงเวลาไม่นานนัก ญี่ปุ่นก็ครองความเป็นจ้าวในการส่งออกปลาทองไปขายต่างประเทศ ผลที่ตามมาก็คือ ทำให้พันธุ์ปลาทองเป็นที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมในหมู่นักเลี้ยงปลาในที่สุด

ปลาทองพันธุ์สามัญ (Common fish) เป็นปลาต้นสายพันธุ์ ลำตัวค่อนข้างยาวและแบนด้านข้าง หัวสั้นกว้างและไม่มีเกล็ด เป็นปลาที่อดทน กินอาหารง่ายและลูกดก สีสันคล้ายปลาไนมาก ในประเทศไทย สัณนิฐานได้ว่ามีผู้นำปลาเงินปลาทองเข้ามาเลี้ยงครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง โดยนำเข้ามาจากประเทศจีนเนื่องจากมีการค้าติดต่อกันในช่วงนั้น ทางประวัติศาสตร์เชื่อได้ว่าการเพาะพันธุ์ปลาทองมีมานานกว่าหนึ่งพันปีแล้ว หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึง คือ รูปวาดปลาทองซึ่งมีเกล็ดสีแดงที่ลำตัวจำนวนมากกำลังว่ายน้ำอยู่ในบ่อ อายุรูปภาพกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ปลาทองเป็นปลาที่อยู่ในวงศ์ ไซไพร์นิดี้ (Family Cyprinidae) จัดเป็นปลาวงศ์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีปลาอยู่เกือบ 2,000 ชนิด ซึ่งปลาในวงศ์นี้มีปลาที่เราพอรู้จักคือ ปลาทอง ปลาไน และปลาตะเพียน

จากการศึกษาพบว่า ปลาเงินปลาทองเป็นปลาซึ่งเกิดจากการผ่าเหล่ามาจากปลาไน (Crucian carp) ปลาเงินปลาทองมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Carassius auratus linn. ประเทศแรกที่เพาะพันธุ์ปลาทองได้สำเร็จคือ ประเทศจีน แต่ประเทศที่พัฒนาพันธุ์ปลาทองให้มีสีและลวดลายสวยงามคือประเทศญี่ปุ่น และเพียงเวลาไม่นานนัก ญี่ปุ่นก็ครองความเป็นจ้าวในการส่งออกปลาทองไปขายต่างประเทศ ผลที่ตามมาก็คือ ทำให้พันธุ์ปลาทองเป็นที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมในหมู่นักเลี้ยงปลาในที่สุด ปลาทองพันธุ์สามัญ (Common fish) เป็นปลาต้นสายพันธุ์ ลำตัวค่อนข้างยาวและแบนด้านข้าง หัวสั้นกว้างและไม่มีเกล็ด เป็นปลาที่อดทน กินอาหารง่ายและลูกดก สีสันคล้ายปลาไนมาก ในประเทศไทย สัณนิฐานได้ว่ามีผู้นำปลาเงินปลาทองเข้ามาเลี้ยงครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง โดยนำเข้ามาจากประเทศจีนเนื่องจากมีการค้าติดต่อกันในช่วงนั้น

พันธุ์ปลาทองที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย

เทคนิคการเลือกซื้อปลาทอง
เทคนิคการเลี้ยงปลาทอง "เลี้ยงอย่างไรจึงสวย"
เทคนิคการเพาะพันธุ์และการอนุบาลลูกปลาทอง

การเลือกซื้อปลาทอง

  • มีส่วนหัว ลำตัว และหางที่สมส่วนกัน เวลาว่ายน้ำส่วนหัวไม่ทิ่มลงพื้นหรือว่ายหงายท้อง
  • สีสันสดใส เกล็ดเรียงเป็นระเบียบสวยงาม
  • สุขภาพดี ดูได้จากการว่ายน้ำไปมาตามธรรมชาติ ไม่ปล่อยตัวลอยไปตามน้ำหรือลอยคอผิวน้ำเกือบตลอดเวลา
  • สำหรับปลาหัวสิงห์ หลังของปลาจะต้องโค้งสวย ไม่มีปุ่มบนหลังหรือหลังปลาบุ๋มลงไป
  • ครีบและหางของปลาไม่พันงอหรือขาด ครีบมีลักษณะเท่ากัน เวลาว่ายน้ำ ครีบเบ่งบานสวยงาม ไม่ลู่
  • รูปทรงของปลาต้องมีลักษณะด่นเฉพาะปลาแต่ละชนิด เช่น ถ้าซื้อปลาสิงห์ต้องไม่มีครีบบนหลัง
  • ซื้อปลาจากร้านที่ขายประจำถาวร ไม่ใช่แผงลอย ดังรายละเอียดในภาพ



ทางร้านราชาปลาทองได้จำแนกลักษณะที่ดีของปลาทองชนิดต่างๆ ไว้ดังนี้

1. ลักษณะของปลาทองพันธุ์หัวสิงห์

ลักษณะ หัวสิงห์ญี่ปุ่น หังสิงห์จีน หัวสิงห์สยาม หัวสิงห์ลูกผสม หัวสิงห์ตากลับ หัวสิงห์ตาลูกโป่ง
หัวและนัยน์ตา - วุ้นเนื้อละเอียด ไม่แตก วุ้นบริเวณมุมปากมีลักษณะคล้ายเขี้ยว
- มีวุ้นครบทั้ง 3 ส่วน คือส่วนบนของหัว กระพุ้งแก้มและบริเวณเหนือริมฝีปาก
- วุ้นไม่ปิดตาจนมิด ตาสดใส 
- หัววุ้นมีขนาดใหญ่กว่าลำตัว ลักษณะวุ้นเป็นเม็ดเล็กหรือใหญ่ขนาดสม่ำเสมอ
- วุ้นไม่ปิดตาจนมิด ตาสดใส
- วุ้นมีทั้งแบบสิงห์จีน และสิงห์ญี่ปุ่น ลักษณะวุ้นเป็นเม็ดคล้ายสิงห์จีนแต่แน่นกว่า หรือวุ้นเป็นหลืบคล้ายมันสมอง
- วุ้นต้องปิดตาจนมิด
- ลักษณะวุ้นเป็นเม็ดคล้ายสิงห์จีนแต่แน่นกว่า หรือวุ้นเป็นหลืบคล้ายมันสมอง
- วุ้นไม่ปิดตาจนมิด ตาสดใส
- หัวไม่มีวุ้น หรือมีเคลือบวุ้นเล็กน้อย
- ตาใหญ่ สดใส ตาทั้งสองข้างเสมอกัน และหงายแหงนมองฟ้าเสมอ
- หัวไม่มีวุ้นหรือเคลือบวุ้นเล็กน้อย
- มีถุงน้ำใต้ตาคล้ายลูกโป่ง ถุงน้ำโปร่งแสง
- ตาและถุงน้ำใต้ตาทั้งสองข้างเสมอกัน
ลำตัว - ไม่มีครีบหลัง หลังโค้งมนรูปไข่ไก่
- ลำตัวขนาดใหญ่ หนา มองจากด้านบน ลำตัวไม่คดงอ
-เกล็ดเป็นเงางาม เรียงเป็นระเบียบ
- ไม่มีครีบหลัง หลังตรงหรือลาดโค้งเล็กน้อย
- ลำตัวค่อนข้างกลม หนา ไม่คดงอ
- เกล็ดเป็นเงางาม เรียงเป็นระเบียบ
- ไม่มีครีบหลัง หลังโค้งมนรูปไข่ไก่
- ลำตัวขนาดใหญ่ หนา มองจากด้านบนลำตัวไม่คดงอ
- เกล็ดเป็นเงางาม เรียงเป็นระเบียบ
- ไม่มีครีบหลัง หลังโค้งมนรูปไข่ไก่
- ลำตัวขนาดใหญ่ หนา มองจากด้านบนลำตัวไม่คดงอ
- เกล็ดเป็นเงางาม เรียงเป็นระเบียบ
- ไม่มีครีบหลัง ลำตัวยาว หลังตรงหรือโค้งลาดเล็กน้อย
- เกล็ดเป็นเงางาม เรียงเป็นระเบียบ
- ลำตัวยาว หลังตรงหรือโค้งลาดเล็กน้อย
เกล็ดเป็นเงางาม เรียงเป็นระเบียบ
ครีบหาง - ครีบหางสั้น ตั้ง ต่อกับลำตัว เป็นมุมแหลมประมาณ 45 องศา
- ครีบหางหนา อาจมี 3 หรือ 4 แฉก
- ครีบหางแผ่กว้าง
- ครีบหางใหญ่
- หางลาด ปลายหางเสมอ แนวเดียวกับสันหลัง
- ครีบหางสั้น ตั้ง ต่อกับลำตัวเป็นมุมแหลมประมาณ 45 องศา
- ครีบหางหนาอาจมี 3 หรือ 4 แฉก
-  ครีบหางสั้น ตั้ง ต่อกับลำตัวเป็นมุมแหลมประมาณ 45 องศา
- ครีบหางหนาอาจมี 3 หรือ 4 แฉก
- ครีบหางยาว
- หางลาด ปลายหางเสมอแนวเดียวกับสันหลัง หรือสูงกว่า
- ครีบหางยาว
- หางลาด ปลายหางเสมอแนวเดียวกับสันหลัง หรือสูงกว่า
สี - สีเข้มสดใส
- มีทุกสี
- สีเข้มสดใส
- มีทุกสี
- สีดำปลอด - สีเข้มสดใส
- มีทุกสี
- สีเข้มสดใส
- มีทุกสี
- สีเข้มสดใส
- มีทุกสี
รูปทรงและการทรงตัว - ซ้ายและขวาเสมอกัน
- การทรงตัวดี
- มองจากด้านบนเหมือน รูปเหรียญโคบัน (Koban)
- ซ้ายและขวาเสมอกัน
- การทรงตัวดี
- มองด้านบนสันหลังตรง
- ซ้ายและขวาเสมอกัน
- การทรงตัวดี
- ซ้ายและขวาเสมอกัน
- การทรงตัวดี
- ซ้ายและขวาเสมอกัน
- การทรงตัวดี
- ซ้ายและขวาเสมอกัน
- การทรงตัวดี
ครีบทวาร - ครีบคู่ หรือ ครีบเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ - ครีบคู่ หรือ ครีบเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ - ครีบคู่ หรือ ครีบเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ - ครีบคู่ หรือ ครีบเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ - ครีบคู่ หรือ ครีบเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ - ครีบคู่ หรือ ครีบเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ
ครีบอื่นๆ - ครีบคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา - ครีบคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา - ครีบคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา - ครีบคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา - ครีบคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา - ครีบคู่เสมอกันทั้งซ้ายและขวา

2. ลักษณะเด่นของปลาทองพันธุ์ออรันดา

ลักษณะ ออรันดาหัววุ้น ออรันดาหัวแดง ออรันดาห้าสี ออรันดาหางพวง
หัว - วุ้นมาก มองจากด้านบนเห็นเป็นก้อนกลมหรือเหลี่ยม วุ้นใสสีสด - วุ้นเป็นก้อนกลมสีแดง เหมือนสวมหมวกสีแดง วุ้นบริเวณข้างแก้มและใต้คางไม่มีหรือมีบ้างเล็กน้อย - วุ้นมาก ขนาดสม่ำเสมอ - วุ้นน้อย หรือ ไม่มีวุ้น
ลำตัว - มองจากด้านข้างลำตัวแบนกว้างและไม่สั้นจนเกินไป - มองจากด้านข้างลำตัวแบนกว้างและไม่สั้นจนเกินไป
- เกล็ดเรียงเป็นระเบียบ สม่ำเสมอ เป็นเงาสดใส
- มองจากด้านข้างลำตัวแบนกว้าง ไม่สั้นจนเกินไป
- เกล็ดเรียงเป็นระเบียบ สม่ำเสมอ เป็นเงาสดใส
- ลำตัวค่อนข้างยาว
ครีบหาง - ครีบหางค่อนข้างหนา แผ่กว้าง ไม่สั้นจนเกินไป - ครีบหางค่อนข้างหนา แผ่กว้าง ไม่สั้นจนเกินไป - ครีบหางค่อนข้างหนา แผ่กว้าง ไม่สั้นจนเกินไป - หางยาวเป็นพวง
สี - สีเข้มสดใส มีทุกสี - ลำตัวสีขาวเงิน วุ้นบนหัวสีแดงเข้ม - มีครบทั้ง 5 สี (ฟ้า ดำ แดง ขาว ส้ม) สีกระจายสม่ำเสมอ - มีทุกสี
ครีบหลัง - ครีบหลังตั้ง ไม่พับทั้งขณะว่ายน้ำและหยุดนิ่ง -ครีบหลังตั้ง ไม่พับทั้งขณะว่ายน้ำและหยุดนิ่ง -ครีบหลังตั้ง ไม่พับทั้งขณะว่ายน้ำและหยุดนิ่ง - ตรีบหลังพลิ้วยาว
ครีบทวาร - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ  - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ  - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ  - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ 
รูปทรงและการทรงตัว - สามารถว่ายน้ำทรงตัวได้ดี - สามารถว่ายน้ำทรงตัวได้ดี - สามารถว่ายน้ำทรงตัวได้ดี - สามารถว่ายน้ำทรงตัวได้ดี
ครีบอื่นๆ - ครีบคู่เสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่เสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่เสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่เสมอกัน ไม่พับ

3. ลักษณะเด่นของปลาทองพันธุ์ริวกิ้น และ ปลาทองพันธุ์เกล็ดแก้ว

ลักษณะ ริวกิ้น เกล็ดแก้วหน้าหนู เกล็ดแก้วหัววุ้น เกล็ดแก้วหัวมงกุฏ
หัว - หัวสั้น ปากแหลม ไม่มีวุ้น - ปากแหลม หน้าสั้น ไม่มีวุ้น - มีวุ้น - มีวุ้นเป็นก้อนกลมเดี่ยว
เกล็ด

-

- เกล็ดพองโตขนาดสม่ำเสมอ - เกล็ดพองโต เรียงไล่ขนาดเป็นระเบียบ เกล็ดบริเวณกลางลำตัวขนาดใหญ่กว่าส่วนหัว ส่วนท้าย หลัง และท้อง - เกล็ดพองโต เรียงไล่ขนาดเป็นระเบียบ เกล็ดบริเวณกลางลำตัวขนาดใหญ่กว่า ส่วนหัว ส่วนท้าย หลังและท้อง
ลำตัว - มองจากด้านข้างลำตัวค่อนข้างกว้าง ส่วนท้องอ้วนกลม มองจากด้านหน้าโหนกหลังสูงเท่ากันส่วนโค้งของคอและท้อง เกล็ดเรียงเป็นระเบียบ เป็นเงาสดใส - มองจากด้านบนลำตัว กลมสั้น หัวท้ายแหลม ท้องอูมเป่ง หลังตรง ท้องอูมเป่ง หลังตรง ท้องอูมเป่ง
ครีบหลัง - ครีบหลังสูง ตั้งตรงทั้งขณะว่ายน้ำและหยุดนิ่ง - ตั้งตรง - ตั้งตรง - ตั้งตรง
ครีบหาง - ครีบหาง 3 แฉก หรือ 4 แฉก ไม่สั้นจนเกินไป หางไม่พับ - หางยาวปานกลาง ครีบหางมี 3 หรือ 4 แฉก ไม่พับ - หางสั้น ครีบหางมี 3 หรือ 4 แฉก ไม่พับ - หางสั้น ครีบหางมี 3 หรือ 4 แฉก ไม่พับ
สี - สีเข้ม ขาว-แดง ส้ม ห้าสี (ฟ้า แดง ดำ ขาว ส้ม) สีสมดุลย์ทั้ง 2 ข้าง - มีทุกสี - มีทุกสี - มีทุกสี
ครีบทวาร - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวที่เกิดโดยธรรมชาติ      
รูปทรงและการทรงตัว - ซ้ายและขวาเสมอกัน ว่ายน้ำทรงตัวดี - ซ้ายและขวาเสมอกัน 
- การทรงตัวดี
- ซ้ายและขวาเสมอกัน
- การทรงตัวดื
- ซ้ายและขวาเสมอกัน
-  การทรงตัวดี
ครีบอื่นๆ - ครีบคู่เสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่ยาวเสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่ยาวเสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่ยาวเสมอกัน ไม่พับ

4. ลักษณะเด่นของปลาทองพันธุ์ตาโปน

ลักษณะ เล่ห์กระโปรง เล่ห์ตุ๊กตา ตาโปนห้าสี ตาโปนญี่ปุ่น เล่ห์ควาย ผีเสื้อ (หลังอูฐ)
นัยน์ตา - ตามีขนาดใหญ่เสมอกัน ตาโปนออกนอกเบ้าตา มองไปด้านหน้าหรือด้านข้างเสมอกัน - ตามีขนาดใหญ่เสมอกัน ตาโปนออกนอกเบ้าตา มองไปด้านหน้าหรือด้านข้างเสมอกัน - ตามีขนาดใหญ่เสมอกัน ตาโปนออกนอกเบ้าตา มองไปด้านหน้าหรือด้านข้างเสมอกัน - ตามีขนาดใหญ่เสมอกัน ตาโปนออกนอกเบ้าตา มองไปด้านหน้าหรือด้านข้างเสมอกัน - ตามีขนาดใหญ่เสมอกัน ตาโปนออกนอกเบ้าตา มองไปด้านหน้าหรือด้านข้างเสมอกัน - ตามีขนาดใหญ่เสมอกัน ตาโปนออกนอกเบ้าตา มองไปด้านหน้าหรือด้านข้างเสมอกัน
ลำตัว - กลมสั้น - กลมสั้น - กลมสั้น - กลมสั้น - ขนาดใหญ่ ค่อนข้างยาว - กลมสั้น หลังยกสูง ท้องอ้วนกลม
ครีบหลัง - ตั้งตรงสูง ไม่พับ - ตั้งตรงสูง ไม่พับ - ตั้งตรงสูง ไม่พับ - ตั้งตรงสูง ไม่พับ - ตั้งตรงสูง ไม่พับ - ตั้งตรงสูง ไม่พับ
ครีบหาง - หางยาวคล้ายกระโปรงสุ่ม - หาง 3 หรือ 4 แฉก และเว้าลึก ค่อนข้างหนา ยาวปานกลาง หางไม่ตก - หาง 3 หรือ 4 แฉก และเว้าลึก - หาง 3 หรือ 4 แฉก และเว้าลึก - หางยาวเป็นพวง - หาง 3 หรือ 4 แฉก สั้น บานออกคล้ายผีเสื้อ
สี - ดำสนิท - ดำสนิท - ห้าสี (ฟ้า แดง ดำ ขาว ส้ม) ขาวแดง ขาวส้ม ส้ม หรือ ขาวดำ - ดำ หรือ นาก - ดำ หรือ นาก
รูปทรงและการทรงตัว - เวลาหยุดจะนิ่งสนิท ว่ายน้ำทรงตัวดี - ไม่หยุดนิ่งเป็นเวลานาน ว่ายน้ำทรงตัวดี - การทรงตัวดี - การทรงตัวดี - การทรงตัวดี - การทรงตัวดี
ครีบทวาร - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ - ครีบคู่หรือครีบเดี่ยวโดยธรรมชาติ
ครีบอื่นๆ - ครีบคู่ยาวเสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่ยาวเสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่ยาวเสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่ยาวเสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่ยาวเสมอกัน ไม่พับ - ครีบคู่ยาวเสมอกัน ไม่พับ


วิธีเลี้ยงปลาทอง

น้ำที่ใช้เลี้ยงปลา น้ำถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงปลา เพราะปลาอาศัยอยู่ในน้ำ ถ้าสภาพน้ำไม่ดี มีเชื้อโรคมากเกินไป หรือมีสารเคมีต่างๆเจือปนอยู่ในน้ำ หรือน้ำสะอาดไม่เพียงพอ การเลี้ยงปลาก็จะไม่ประสบความสำเร็จ
  • น้ำประปา ต้องรองใส่ภาชนะที่ไม่ปิดฝา ทิ้งไว้เกินกว่า 24 ชม. เพื่อให้สารคลอรีนที่มีอยู่ในน้ำระเหยไปให้หมด หรืออย่างน้อยต้องทิ้งไว้ 12 ชม. เป็นอย่างต่ำ ถ้าจำเป็นต้องรีบใช้น้ำในการเลี้ยงปลาหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำให้ปลา ควรรองน้ำใส่ภาชนะและใส่น้ำยากำจัดคลอรีนลงในภาชนะนั้นๆ และในกรณีใช้น้ำยาลดคลอรีนชนิดเข้มข้นควรทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หรือ 1-2 ชม. สำหรับน้ำยาชนิดธรรมดาทั่วไป น้ำที่ใส่น้ำยานี้สามารถใช้เลี้ยงปลาได้
  • น้ำบาดาล ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อโรคหรือใส่น้ำยาปรับสมดุลน้ำ ควรใส่ให้สีของน้ำออกสีน้ำเงินเล็กน้อย เมื่อน้ำเริ่มใสสามารถนำมาเลี้ยงปลาได้ ถ้าใช้น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหม่ควรตรวจดูอุณหภูมิของน้ำด้วย คือต้องไม่ร้อนหรือเย็นมากจนเกินไป
  • น้ำคลองหรือบ่อ ห้ามใช้สารส้มเพื่อทำให้น้ำใส ควรรองน้ำใส่ภาชนะทิ้งไว้ 2-3 วันเพื่อรอให้น้ำตกตะกอนเอง จึงสามารถตักส่วนบนที่ใสมาใช้เลี้ยงปลาได้ และควรใส่ยาฆ่าเชื้อโรคหรือใส่ยาปรับสมดุลน้ำเล็กน้อย
  • น้ำฝน ปัจจุบันเนื่องจากมลภาวะแวดล้อมเป็นพิษ น้ำฝนที่ตกลงมาจะมีสารเคมีเจือปน จึงไม่เหมาะแก่การเลี้ยงปลา และในน้ำฝนจะมีแต่ไฮโดรเจนไม่มีอ๊อกซิเจนเจือปนอยู่เลย แต่ที่ปลาสามารถอาศัยอยู่ได้เพราะผู้เลี้ยงได้ใช้เครื่องเพิ่มออกซิเจนให้ปลา ปลาจึงสามารถอยู่ได้แต่ปลาจะโตช้า หรือเลี้ยงแล้วแทบจะไม่โตเลย จะทำให้ปลาเป็นปลาแกรนในที่สุด
  • น้ำที่ผ่านเครื่องกรองน้ำ ควรเติมน้ำยาลดคลอรีน ถ้าใช้ชนิดเข้มข้นทิ้งไว้ 10-15 นาที ชนิดธรรมดาทิ้งไว้ 1-2 ชม. เหมือนกับใช้น้ำประปา แต่น้ำผ่านเครื่องกรองจะสะอาดและมีเชื้อโรคเจือปนอยู่ในน้ำน้อยกว่ามาก
  • น้ำกลั่น ไม่เหมาะแก่การเลี้ยงปลา เพราะจะไม่มีค่าสารละลายออกซิเจน (โอ ทู) ในน้ำเหลืออยู่เลย เนื่องจากโดนเครื่องกรองน้ำกรองออกจนหมด
อาหาร อาหารที่เราให้ปลากินมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันคือ
  • อาหารสำเร็จรูป มีหลายชนิดคือ แบบเป็นเม็ด แบบเป็นแผ่น แบบเป็นก้อน แบบเป็นผง และมีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ บางยี่ห้อสินค้าไม่มีคุณภาพ และมีหลายยี่ห้อที่โฆษณาเกินจริง ผู้เลี้ยงควรสอบถามและขอคำแนะนำในเรื่องการเลือกซื้ออาหารปลาจากร้านปลาที่ขายสินค้าเป็นประจำ (ไม่ใช่ร้านแผงลอยหรือตามตลาดนัดแนะนำ) ควรเลือกซื้ออาหารปลาตามขนาดของปลาที่เลี้ยงอยู่ และไม่ควรให้อาหารเหลือในน้ำ
  • อาหารสด มีดังนี้คือ ลูกน้ำ ไรน้ำจืด ไรทะเล ใส้เดือนน้ำ หนอนแดง ไม่ควรใส่อาหารสดทุกชนิดในตู้ปลามาก เพราะอาหารสดเป็นสัตว์ที่มีชีวิต จะแย่งออกซิเจนในตู้ ควรใส่น้อยๆ แต่ใส่บ่อยๆ และไม่ควรเอาอาหารสดที่ตายแล้วใส่ให้ปลากินเพราะจะทำให้ปลาถ่ายท้องได้
อุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะกับการเลี้ยงปลาทองคือ 20-25 องศาเซลเซียส

ความหนาแน่นของปลาในตู้ ไม่ควรเลี้ยงปลาทองจำนวนมากในตู้ ควรเลี้ยงปลาให้พอเหมาะ ไม่แน่นจนเกินไป แสงแดด ควรเลี้ยงปลาทองให้ถูกแสงแดดบ้าง หรือถ้าเลี้ยงอยู่ในบ้าน ควรใช้หลอดไฟเทียมแสงอาทิตย์และเปิดไฟไว้ในเวลากลางวัน

อากาศ ถ้าน้ำที่ใช้เลี้ยงปลามีออกซิเจนเพียงพอต่อความต้องการของปลา จะช่วยให้ปลาสดชื่น แข็งแรง และโตเร็ว

[ Top ]


บริษัทราชาปลาทอง จำกัด
83/1 หมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ถ.ตลิ่งชัน - สุพรรณบุรี ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140
โทร. 02-903-0712 โทรสาร 02-903-1381 E-mail : pranee@rachaplathong.com

Copyright © 2002 Rachaplathong Co., Ltd. All rights reserved