If you are seeing this text then you haven't got a java-enabled broswer. Either turn java on (if your broswer supports it) or go to our Text Only pages.
Showroom
HomeAbout UsProductsEnquiry
Informations
    

   Search Keywords
    



Click here for large size

วิธีสั่งซื้อสินค้าจากร้านราชาปลาทอง ... รายละเอียด





Design & Maintenanced by LOMA Consulting

ฟลาวเวอร์ฮอร์น | อโรวาน่า | ปอมปาดัว | หางนกยูง | ปลาทอง | ปลาคร๊าฟ | พรรณไม้น้ำ

ปลาปอมปาดัว

ข้อมูลทั่วไปของปลาปอมปาดัว

ปลาปอมปาดัวเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ได้ถูกนำมาเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์จากประเทศต่างๆ จนในปัจจุบันมีปลาปอมปาดัวนับสิบๆสายพันธุ์ มีความสวยงามและสีสันแตกต่างกันออกไปและสวยกว่าพันธุ์ดั้งเดิมมาก สำหรับปลาปอมปาดัวพันธุ์ดั้งเดิมตามหลักสากลได้แบ่งออกเป็น

1. ปอมปาดัว Symphysodon aequifasciata เป็นปลาปอมปาดัวที่มีลักษณะเด่นคือ จะมีเส้นแถบสีดำจางๆพาดขวางบริเวณส่วนหัว ลำตัว และโคนหาง เป็นแนวตั้งรวมทั้งหมด 9 แถบด้วยกัน ซึ่งในปลาชนิดนี้แบ่งออกเป็น 3 พันธุ์ได้แก่

1.1. ปอมปาดัว Green discus หรือ Symphysodon aequifasciata aequifasciata (Pellegrin) เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณตอนกลางของลุ่มน้ำอเมซอน สำหรับลักษณะของปลาพันธุ์นี้แล้วจะมีพื้นลำตัวสีน้ำตาลอมเชียว ลวดลายบนลำตัวมีสีเขียวเหลือบฟ้า แต่โดยปรกติของปลาพันธุ์นี้ที่พบในแหล่งน้ำธรรมชาติแล้วจะไม่ค่อยมีลวดลายบนลำตัวมากนัก และลายก็มักไม่ค่อยคมชัด จะมีลวดลายเฉพาะที่บนหัว ครีบหลัง และครีบทวารเป็นส่วนใหญ่

1.2. ปอมปาดัว Brown discus หรือ Symphysodon aequifasciata axdrodi (Schultz) หรือที่นักเลี้ยงปลาในเมืองไทยนิยมเรียกว่า ปลาปอมปาดัว 5 สี นั่นเอง เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณตอนใต้ของลุ่มน้ำอเมซอน ซึ่งปลาพันธุ์นี้จัดได้ว่าเป็นปลาที่มีขนาดลำตัวใหญ่ที่สุดในบรรดาปลาปอมปาดัวทั้งหมด คือเมื่อโตเต็มที่บางตัวจะมีขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว โดยลักษณะทั่วไปของปลาพันธุ์นี้แล้วจะมีลวดลายสีเขียวเฉพาะบริเวณช่วงหัว ครีบหลังและครีบทวาร และมีลายเพียงเล็กน้อย ขอบครีบหลังและครีบทวารสีแดงจัดกว่าชนิดอื่นๆ ส่วนบริเวณลำตัวจะเป็นสีน้ำตาลและไม่มีลวดลาย เนื่องจากเป็นปลาที่มีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับปลาปอมปาดัวชนิดอื่นๆ

1.3. ปอมปาดัว Blue discus หรือ Symphysodon aequifasciata haraldi (Schultz) เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณตอนเหนือของลุ่มน้ำอเมซอน เป็นปลาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับปลาปอมปาดัวชนิดแรก ปลาพันธุ์นี้จะมีลวดลายสีฟ้าอมเขียว ทั้งเป็นปลาที่มีลวดลายประตามลำตัวมากกว่าปลาปอมปาดัว 2 พันธุ์แรก


2. ปอมปาดัว Symphysodon discus ปลาชนิดนี้จะมีเส้นแถบสีดำพาดขวางบริเวณลำตัวอยู่ 9 แถบเช่นเดียวกัน แต่จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าชนิดแรก คือจะมีแถบสีดำอยู่ 3 แถบเป็นแถบขนาดใหญ่และสีดำเข้มอยู่ที่บริเวณหัว กลางลำตัวและโคนหาง ซึ่งปลาชนิดนี้จะแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ได้แก่

2.1. ปอมปาดัว Hecket or Red discus หรือ Symphysodon discus discus (Hecket) ในเมืองไทยนิยมเรียกว่า "ปอมแดง" ปลาพันธุ์นี้เป็นปลาที่สำรวจพบหลังปลาปอมปาดัวประเภทแรกและเป็นปลาที่พบน้อย เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ลุ่มน้ำอเมซอน Rionegro และ Rio Trombetas อยู่ทางด้านเหนือของลุ่มน้ำอเมซอน ปลาพันธุ์นี้มีลวดลายตามตัวเหมีอนปลาปอมปาดัว 7 สี จัดเป็นปลาที่เพาะพันธุ์ยากที่สุดและราคาแพงกว่าปลาปอมปาดัวชนิดอื่นๆ

2.2. ปอมปาดัว Pineapple discus หรือ Symphysodon discus willischwartzi (Burgess) เป็นปลาพันธุ์ที่เพิ่งค้นพบล่าสุดและพบน้อยมาก พบเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในลุ่มแม่น้ำ Rio abacaxis ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของลุ่มน้ำอเมซอน ลักษณะเด่นขอองปลาชนิดนี้ก็คือ มีแถบสีดำ 3 แถบใหญ่พาดบริเวณหัว ลำตัว และโคนหางเช่นเดียวกับ Hecket แต่สีสันเข้มข้นกว่าโดยเฉพาะลวดลายบริเวณส่วนหัวจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม ส่วนลวดลายบริเวณลำตัวจะเป็นสีน้ำเงินอมม่วง จัดว่าเป็นปลาที่มีราคาแพงเช่นเดียวกัน

นอกจากชนิดพันธุ์ปลาตามหลักสากลดังที่ได้กล่าวมานี้แล้ว ปัจจุบันผู้เพาะพันธุ์ต่างก็พยายามศึกษา และมีการนำสายพันธุ์ปลาปอมปาดัวชนิดต่างๆ มาทำการผสมข้ามพันธุ์กัน เพื่อให้ได้ลูกปลาที่มีลวดลายแปลกๆใหม่ๆ ชนิดแยกทางไม่ค่อยออกว่าบรรพบุรุษจากปลาปอมชนิดใดแน่ โดยลูกปลาพันธุ์ใหม่ส่วนใหญ่จะมีลวดลายสีสันสวยงามมาก และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ดังเช่น ปอมปาดัว 7 สี ต้นบรรพบุรุษของปลาพันธุ์นี้คือ Green discus และ Blue discus โดยแต่เดิมที่เพาะกันจะเป็นปลาลายใหญ่ที่มีลวดลายคมชัดทั้งตัวเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาในระยะหลังจึงหันมานิยมปลาลายกลางและลายเล็กแทน ทั้งนี้ก็มีสาเหตุเพราะว่าปลาลายกลางและลายเล็กเวลาที่นำไปเลี้ยงย้อมสี เปอร์เซ็นต์การเกิดลวดลายบนตัวปลาจะดีกว่า โดยเฉพาะปลาลายใหญ่ที่ลวดลายไม่คมชัดหรือลวดลายไม่เต็ม อีกทั้งมักจะประสบปัญหาลายแตกออกจนเลอะ ภาษนักเลี้ยงปลาเรียกว่า "เบรอ"นั่นเอง

นอกจากปลายลายกลางและลายเล็กที่เป็นที่นิยมแล้ว ก็ยังมีการคัดสายพันธุ์ปลาที่มีลวดลายสวยงามอื่นๆซึ่งมีชื่อเรียกกันในหมู่นักเพาะเลี้ยงปลาในบ้านเรา เช่น ปอมลายหยัก หรือ ลายหยิก โดยจะมีลวดลายจากหัวจรดโคนหางหักเหไปมา ปอมลายข้าวตอก หรือ ลายจุด โดยจะมีลักษณะลวดลายเป็นเม็ดๆ หรือเป็นจุดๆ สวยงามและแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง นอกจากนี้ก็ยังมีอีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งจัดเป็นปลาผ่าเหล่าออกมาและไม่ค่อยพบบ่อยนัก โดยจะมีลักษณะลวดลายบนลำตัวเป็นเส้นเล็กมากและจำนวนหลายเส้นมีมากกว่าปลาปอมทั่วไปแต่ลวดลายไม่ค่อยคมชัดเท่าใดนัก

สำหรับในประเทศไทยเราในปัจจุบัน ปลาปอมปาดัว 7 สี จัดว่าเป็นปลาที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากที่สุด และส่วนใหญ่ต่างก็เน้นเพาะเลี้ยงปลาปอม 7 สีเป็นหลัก ซึ่งปลาปอมปาดัวร์ 7 สีไทยเรานี้ จัดได้ว่ามีความสวยงามไม่แพ้ต่างประเทศเลย ไม่ว่าจะเป็นในด้านของสีสันและเนื่องจากในบ้านเรานิยมเลี้ยงด้วยไข่กุ้งซึ่งมี มากมายและราคาไม่แพงจนเกินไป อีกประการหนึ่งก็คือ ลูกปลาชนิดนี้เมื่อเทียบกับลูกปลาปอมปาดัว 5 สี ในขนาดเท่าๆกัน จะมีราคามากกว่ากันเกือบเท่าตัวทีเดียว ทั้งอัตราความต้องการของตลาดก็ยังมีมากว่า ปอม 5 สีอีกด้วย



ปอมปาดัวTurquoise ซึ่งบางคนก็เรียกทับศัพท์ว่า เทอร์ค้อยท์ แต่ส่วนใหญ่แล้วนิยมเรียกชื่อของปลาปอมสายพันธุ์นี้ว่า "ปอมบูล หรือ ปอมเยอรมัน" ซึ่งปลาปอมสายพันธุ์นี้เข้าใจว่าชาวเยอรมันเป็นผู้เพาะพันธุ์ขึ้นสำเร็จเป็นชาติแรก จัดเป็นปลาสายพันธุ์ใหม่ที่มีสีสันเข้มสดและเป็นเงาแวววาวกว่าเดิม และมีสีสันสวยงามเด่นสะดุดตาไม่แพ้ปลาทะเลเลยทีเดียว มีทั้งชนิดที่มีลายและไม่มีลาย แต่จุดเด่นทั่วๆไปที่สังเกตเห็นได้ชัดซึ่งแตกต่างจากปลาปอมปาดัว 7 สี ก็คือความเงาแวววาวของสีสัน ซึ่งจะดูจะเด่นสะดุดตากว่ากันมาก

ปัจจุบันปลาปอมปาดัวสายพันธุ์เยอรมันนี้ ก็ได้รับการผสมคัดพันธุ์ต่อมาเรื่อยๆ จนได้ปลาปอมที่มีลวดลายสีสันแตกต่างกันออกไปมากมาย ซึ่งปลาที่ได้รับการผสมคัดพันธุ์ขึ้นมาใหม่ก็ได้รับการตั้งชื่อแตกต่างกันออกไป และแน่นอนปลาปอมสายพันธุ์ใหม่ๆเหล่านี้ย่อมมีราคาสูงกว่าปลาปอมปาดัวทั่วไป ซึ่งในขณะนี้ปลาปอมสายพันธุ์เหล่านี้ ก็ได้มีเข้ามาเพาะเลี้ยงกันแพร่หลายในเมืองไทยเราแล้ว

อนึ่ง ปัจจุบันนักเพาะพันธุ์ปลาต่างพยายามสรรหาพันธุ์ปลาใหม่ๆ ที่มีลวดลายสวยงามเพื่อนำมาเพาะพันธุ์โดยหวังว่าจะได้ปลาปอมปาดัวสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีลวดลายแปลกๆ ใหม่ๆ ออกให้ได้มาตามที่ต้องการ ถึงแม้ว่าจะคาดคะเนได้ยาก และจะต้องใช้ความพยายามเป็นพิเศษก็ตามที แต่ก็เชื่อว่าคงไม่เกินความสามารถของพวกเขาไปได้ เราคงจะได้เห็นปลาปอมปาดัวสายพันธุ์ใหม่ๆที่มีลวดลายแปลกๆ และมีสีสันสวยงามประทับใจเป็นแน่

ในประเทศไทยปลาปอมปลาดัวร์ พันธุ์ที่พัฒนาสายพันธุ์โดยคนไทยมีหลายสายพันธุ์ สายพันธุ์ที่มีผู้นิยมเลี้ยงมากที่สุดคือ ปลาปอมฝุ่น (Pigeon Red Discus) ปลาปอมมุกทับทิม (Ruby Pearled Discus) ปอมฝุ่นลายงู(Pigeon Snake) ปอมทับทิมลายงู, ปอมเจ็ดสีลายงู

ปลาปอมฝุ่นเกิดจากการผ่าเหล่าของปลาปอม 7 สี โดยพ่อแม่เป็นปลาปอมเจ็ดสีพันธุ์แท้ ซึ่งให้ลูกปลามาแล้วหลายรุ่น และบังเอิญมีรุ่นหนึ่งมีลูกปลาที่มีสีแตกต่าง จากตัวอื่นตั้งแต่แรกเกิด และเมื่อปลาโตขึ้นสีและลายยิ่งแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้น เมื่อลูกปลาชุดนี้โตขึ้นได้วัยผสมพันธุ์ จึงได้ลองจับคู่ผสมกับพันธุ์ปอม 7 สี ลูกครอกแรกที่เกิดมาจะมีลักษณะเหมือนปลาปอมฝุ่น ประมาณ 80 % แล้วจึงคัดเลือกเก็บเฉพาะปลาที่มีลักษณะดีตามต้องการไว้เพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์

ปลาปอมมุกทับทิม" (RUBY PEARL DISCUS) ปอมมุกทับทิมเกิดจากการนำปอมฝุ่นรุ่นหลาน (F-2) มาผสมกับปอมสีฟ้า (TO-RQOISE DISCUS) สายพันธุ์ดีของเยอรมันเพื่อให้เกิดปลาในสีใหม่ ลูกปลาที่เกิดจาการผสมของ 2 สายพันธุ์นี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเหมือนปอมฝุ่น เนื่องจากปอมฝุ่นเป็นลักษณะเด่น (DOMINANT) ได้ข่มสีฟ้าซึ่งเป็นลักษณะด้อย (RECESSIVE) แต่ก็มีลูกปลาเพียงบางตัวได้เกิดสีที่พิเศษขึ้นมาใหม่ โดยสีของลำตัวจะมีความขาวเหมือนไข่มุกเกิดขึ้น และบนพื้นสีขาวนี้ก็ยังคงมีลายเส้นสีแดงที่แดงสดใส และฝุ่นดำบนตัวก็จางลงมาก ซึ่งปอมตัวที่พัฒนาขึ้นมาให้ได้สายพันธุ์ใหม่นี้จะยังคงต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี ในการปรับปรุงสายพันธุ์ให้ได้พันธุ์แม้เหมือนกับปอมฝุ่นที่สุด และลักษณะที่สมบูรณ์แบบที่จะให้เป็นลักษณะหลักของปอมมุกทับทิมก็คือ

  • มีขนาดตัวที่ใหญ่
  • มีลำตัวสั้นและสูง (HI-BODY)และลำตัวมาตรฐาน
  • ขอบตาเป็นสีแดงถาวร
  • สีขาวมุกบนลำตัวสะอาดและเป็นสีหลักของปลา
  • ลายแดงบนตัวปลาแดงเข้มชัดเจนและไม่เปรอะ
  • ฝุ่นสีดำให้มีน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย

กล่าวให้เข้าใจง่ายๆ โดยทั่วไปก็คือ ปลาปอมมุกทับทิมก็คือปอมสีขาวลายแดงนั่นเอง เมื่อนำปลาปอมฝุ่นรวมกับปลาปอมสายพันธุ์อื่น ความโดดเด่นของปลาปอมฝุ่นจะสะดุดตาผู้พบเห็นทุกคน แต่เมื่อนำปลาปอมมุกทับทิมไว้รวมด้วยอีกตัวหนึ่ง ความสวยเด่นสะดุดตาของปลาปอมมุกทับทิมจะทำให้จุดเด่นเปลี่ยนไป เมื่อปลาปอมได้รับการยกย่องให้เป็น KING OF AQUARIUM FISH ปลาปอมมุกทับทิมจึงควรจะเป็น EMPEROR OF AQUARIUM FISH

ปลาปอมปาดัวทุกชนิดมีจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ทั้งในและต่างประเทศ ท่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ pranee@rachaplathong.com

ภาพปลาปอมปาดัวที่เป็นที่นิยมเลี้ยง

[ Top ]


บริษัทราชาปลาทอง จำกัด
83/1 หมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ถ.ตลิ่งชัน - สุพรรณบุรี ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140
โทร. 02-903-0712 โทรสาร 02-903-1381 E-mail : pranee@rachaplathong.com

Copyright © 2002 Rachaplathong Co., Ltd. All rights reserved