นอกจากชนิดพันธุ์ปลาตามหลักสากลดังที่ได้กล่าวมานี้แล้ว
ปัจจุบันผู้เพาะพันธุ์ต่างก็พยายามศึกษา
และมีการนำสายพันธุ์ปลาปอมปาดัวชนิดต่างๆ
มาทำการผสมข้ามพันธุ์กัน
เพื่อให้ได้ลูกปลาที่มีลวดลายแปลกๆใหม่ๆ
ชนิดแยกทางไม่ค่อยออกว่าบรรพบุรุษจากปลาปอมชนิดใดแน่
โดยลูกปลาพันธุ์ใหม่ส่วนใหญ่จะมีลวดลายสีสันสวยงามมาก
และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป
ดังเช่น
ปอมปาดัว 7 สี ต้นบรรพบุรุษของปลาพันธุ์นี้คือ
Green discus และ Blue discus
โดยแต่เดิมที่เพาะกันจะเป็นปลาลายใหญ่ที่มีลวดลายคมชัดทั้งตัวเป็นส่วนใหญ่
ต่อมาในระยะหลังจึงหันมานิยมปลาลายกลางและลายเล็กแทน
ทั้งนี้ก็มีสาเหตุเพราะว่าปลาลายกลางและลายเล็กเวลาที่นำไปเลี้ยงย้อมสี
เปอร์เซ็นต์การเกิดลวดลายบนตัวปลาจะดีกว่า
โดยเฉพาะปลาลายใหญ่ที่ลวดลายไม่คมชัดหรือลวดลายไม่เต็ม
อีกทั้งมักจะประสบปัญหาลายแตกออกจนเลอะ
ภาษนักเลี้ยงปลาเรียกว่า
"เบรอ"นั่นเอง
นอกจากปลายลายกลางและลายเล็กที่เป็นที่นิยมแล้ว
ก็ยังมีการคัดสายพันธุ์ปลาที่มีลวดลายสวยงามอื่นๆซึ่งมีชื่อเรียกกันในหมู่นักเพาะเลี้ยงปลาในบ้านเรา
เช่น ปอมลายหยัก หรือ
ลายหยิก
โดยจะมีลวดลายจากหัวจรดโคนหางหักเหไปมา
ปอมลายข้าวตอก หรือ
ลายจุด
โดยจะมีลักษณะลวดลายเป็นเม็ดๆ
หรือเป็นจุดๆ
สวยงามและแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งจัดเป็นปลาผ่าเหล่าออกมาและไม่ค่อยพบบ่อยนัก
โดยจะมีลักษณะลวดลายบนลำตัวเป็นเส้นเล็กมากและจำนวนหลายเส้นมีมากกว่าปลาปอมทั่วไปแต่ลวดลายไม่ค่อยคมชัดเท่าใดนัก
สำหรับในประเทศไทยเราในปัจจุบัน
ปลาปอมปาดัว 7 สี
จัดว่าเป็นปลาที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากที่สุด
และส่วนใหญ่ต่างก็เน้นเพาะเลี้ยงปลาปอม
7 สีเป็นหลัก
ซึ่งปลาปอมปาดัวร์ 7
สีไทยเรานี้
จัดได้ว่ามีความสวยงามไม่แพ้ต่างประเทศเลย
ไม่ว่าจะเป็นในด้านของสีสันและเนื่องจากในบ้านเรานิยมเลี้ยงด้วยไข่กุ้งซึ่งมี
มากมายและราคาไม่แพงจนเกินไป
อีกประการหนึ่งก็คือ
ลูกปลาชนิดนี้เมื่อเทียบกับลูกปลาปอมปาดัว
5 สี ในขนาดเท่าๆกัน
จะมีราคามากกว่ากันเกือบเท่าตัวทีเดียว
ทั้งอัตราความต้องการของตลาดก็ยังมีมากว่า
ปอม 5 สีอีกด้วย
ปอมปาดัวTurquoise
ซึ่งบางคนก็เรียกทับศัพท์ว่า
เทอร์ค้อยท์
แต่ส่วนใหญ่แล้วนิยมเรียกชื่อของปลาปอมสายพันธุ์นี้ว่า
"ปอมบูล หรือ
ปอมเยอรมัน"
ซึ่งปลาปอมสายพันธุ์นี้เข้าใจว่าชาวเยอรมันเป็นผู้เพาะพันธุ์ขึ้นสำเร็จเป็นชาติแรก
จัดเป็นปลาสายพันธุ์ใหม่ที่มีสีสันเข้มสดและเป็นเงาแวววาวกว่าเดิม
และมีสีสันสวยงามเด่นสะดุดตาไม่แพ้ปลาทะเลเลยทีเดียว
มีทั้งชนิดที่มีลายและไม่มีลาย
แต่จุดเด่นทั่วๆไปที่สังเกตเห็นได้ชัดซึ่งแตกต่างจากปลาปอมปาดัว
7 สี
ก็คือความเงาแวววาวของสีสัน
ซึ่งจะดูจะเด่นสะดุดตากว่ากันมาก
ปัจจุบันปลาปอมปาดัวสายพันธุ์เยอรมันนี้
ก็ได้รับการผสมคัดพันธุ์ต่อมาเรื่อยๆ
จนได้ปลาปอมที่มีลวดลายสีสันแตกต่างกันออกไปมากมาย
ซึ่งปลาที่ได้รับการผสมคัดพันธุ์ขึ้นมาใหม่ก็ได้รับการตั้งชื่อแตกต่างกันออกไป
และแน่นอนปลาปอมสายพันธุ์ใหม่ๆเหล่านี้ย่อมมีราคาสูงกว่าปลาปอมปาดัวทั่วไป
ซึ่งในขณะนี้ปลาปอมสายพันธุ์เหล่านี้
ก็ได้มีเข้ามาเพาะเลี้ยงกันแพร่หลายในเมืองไทยเราแล้ว
อนึ่ง
ปัจจุบันนักเพาะพันธุ์ปลาต่างพยายามสรรหาพันธุ์ปลาใหม่ๆ
ที่มีลวดลายสวยงามเพื่อนำมาเพาะพันธุ์โดยหวังว่าจะได้ปลาปอมปาดัวสายพันธุ์ใหม่ๆ
ที่มีลวดลายแปลกๆ ใหม่ๆ
ออกให้ได้มาตามที่ต้องการ
ถึงแม้ว่าจะคาดคะเนได้ยาก
และจะต้องใช้ความพยายามเป็นพิเศษก็ตามที
แต่ก็เชื่อว่าคงไม่เกินความสามารถของพวกเขาไปได้
เราคงจะได้เห็นปลาปอมปาดัวสายพันธุ์ใหม่ๆที่มีลวดลายแปลกๆ
และมีสีสันสวยงามประทับใจเป็นแน่
ในประเทศไทยปลาปอมปลาดัวร์
พันธุ์ที่พัฒนาสายพันธุ์โดยคนไทยมีหลายสายพันธุ์
สายพันธุ์ที่มีผู้นิยมเลี้ยงมากที่สุดคือ
ปลาปอมฝุ่น (Pigeon Red Discus)
ปลาปอมมุกทับทิม (Ruby Pearled Discus)
ปอมฝุ่นลายงู(Pigeon Snake)
ปอมทับทิมลายงู,
ปอมเจ็ดสีลายงู
ปลาปอมฝุ่นเกิดจากการผ่าเหล่าของปลาปอม
7 สี
โดยพ่อแม่เป็นปลาปอมเจ็ดสีพันธุ์แท้
ซึ่งให้ลูกปลามาแล้วหลายรุ่น
และบังเอิญมีรุ่นหนึ่งมีลูกปลาที่มีสีแตกต่าง
จากตัวอื่นตั้งแต่แรกเกิด
และเมื่อปลาโตขึ้นสีและลายยิ่งแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้น
เมื่อลูกปลาชุดนี้โตขึ้นได้วัยผสมพันธุ์
จึงได้ลองจับคู่ผสมกับพันธุ์ปอม
7 สี
ลูกครอกแรกที่เกิดมาจะมีลักษณะเหมือนปลาปอมฝุ่น
ประมาณ 80 %
แล้วจึงคัดเลือกเก็บเฉพาะปลาที่มีลักษณะดีตามต้องการไว้เพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์
ปลาปอมมุกทับทิม"
(RUBY PEARL DISCUS)
ปอมมุกทับทิมเกิดจากการนำปอมฝุ่นรุ่นหลาน
(F-2) มาผสมกับปอมสีฟ้า (TO-RQOISE
DISCUS)
สายพันธุ์ดีของเยอรมันเพื่อให้เกิดปลาในสีใหม่
ลูกปลาที่เกิดจาการผสมของ
2
สายพันธุ์นี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเหมือนปอมฝุ่น
เนื่องจากปอมฝุ่นเป็นลักษณะเด่น
(DOMINANT)
ได้ข่มสีฟ้าซึ่งเป็นลักษณะด้อย
(RECESSIVE)
แต่ก็มีลูกปลาเพียงบางตัวได้เกิดสีที่พิเศษขึ้นมาใหม่
โดยสีของลำตัวจะมีความขาวเหมือนไข่มุกเกิดขึ้น
และบนพื้นสีขาวนี้ก็ยังคงมีลายเส้นสีแดงที่แดงสดใส
และฝุ่นดำบนตัวก็จางลงมาก
ซึ่งปอมตัวที่พัฒนาขึ้นมาให้ได้สายพันธุ์ใหม่นี้จะยังคงต้องใช้เวลาอีก
2-3 ปี
ในการปรับปรุงสายพันธุ์ให้ได้พันธุ์แม้เหมือนกับปอมฝุ่นที่สุด
และลักษณะที่สมบูรณ์แบบที่จะให้เป็นลักษณะหลักของปอมมุกทับทิมก็คือ
1.
มีขนาดตัวที่ใหญ่
2. มีลำตัวสั้นและสูง (HI-BODY)และลำตัวมาตรฐาน
3. ขอบตาเป็นสีแดงถาวร
4.
สีขาวมุกบนลำตัวสะอาดและเป็นสีหลักของปลา
5.
ลายแดงบนตัวปลาแดงเข้มชัดเจนและไม่เปรอะ
6.
ฝุ่นสีดำให้มีน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย
กล่าวให้เข้าใจง่ายๆ
โดยทั่วไปก็คือ
ปลาปอมมุกทับทิมก็คือปอมสีขาวลายแดงนั่นเอง
เมื่อนำปลาปอมฝุ่นรวมกับปลาปอมสายพันธุ์อื่น
ความโดดเด่นของปลาปอมฝุ่นจะสะดุดตาผู้พบเห็นทุกคน
แต่เมื่อนำปลาปอมมุกทับทิมไว้รวมด้วยอีกตัวหนึ่ง
ความสวยเด่นสะดุดตาของปลาปอมมุกทับทิมจะทำให้จุดเด่นเปลี่ยนไป
เมื่อปลาปอมได้รับการยกย่องให้เป็น
KING OF AQUARIUM FISH
ปลาปอมมุกทับทิมจึงควรจะเป็น
EMPEROR OF AQUARIUM FISH
ปลาปอมปาดัวทุกชนิดมีจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง
ทั้งในและต่างประเทศ
ท่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อ
หรือ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
pranee@rachaplathong.com
|