เทคนิคการเลี้ยงปลาอโรวาน่าให้สวย

                    ถึงแม้ว่าผู้เลี้ยงจะมีความรู้ความสามารถในการเลี้ยงมากขนาดไหนก็ตาม และไม่มีเทคนิคใดๆที่จะทำให้ปลาที่มีสายพันธุ์ไม่มีสีและลักษณะไม่ดี เป็นปลาที่มีสีสวยและลักษณะดีได้ เพราะลูกปลาทุกตัว เวลาโตย่อมจะมีสีและลักษณะเหมือนพ่อ-แม่ปลา ดั้งนั้นการที่จะเลี้ยงปลาอโรวาน่าให้สวยมีปัจจัยที่สำคัญ คือ ลักษณะทางพันธุกรรมและสายพันธุ์ปลา เป็นหลัก ส่วนกรรมวิธีในการเลี้ยงและเทคนิคต่างๆที่จะกล่าวถึงนี้เป็นเพียงส่วนประกอบที่จะช่วยให้ปลามีความสมบูรณ์แข็งแรงและสวยงามเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการที่จะเลี้ยงอโรวานาให้สวย สายพันธุ์ของปลาจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ส่วนเทคนิคการเลี้ยงเป็นปัจจัยรองลงมา
 1. เทคนิคการเลี้ยงปลาให้มีสีสวยขึ้น

1.สภาพแวดล้อม

 นับว่ามีความสำคัญมาก ซึ่งนักเลี้ยงปลาโดยมากมักจะมองข้ามเรื่องนี้ไป โดยธรรมชาติแล้วสัตว์ทุกชนิดจะพยายามรับตัวให้สภาพเเวดล้อมรอบๆ ตัวทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตนเอง โดยเฉพาะการปรับสีสันให้เข้ากับสภาพเเวดล้อม สำหรับสภาพเเวดล้อมที่มีความสัมพันธ์กับปลาได้เเก่ 

                
   1.1  สีสันของสภาพเเวดล้อมภายในที่เลี้ยง สภาพเเวดล้อมที่ปลาอาศัยอยู่จัดว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อสีสันของปลาโดยตรง จะสังเกตได้ว่าปลาแทบทุกชนิดมักจะปรับสีของตัวเองให้กลมกลืนเข้ากับของสีสันตามธรรมชาติเเวดล้อมรอบตัว ทั้งนี้เพื่อเป็นการพรางตาศัตรูไม่ให้มองเห็นได้ชัดเจน ดังนั้นถ้าหากสีสันรอบๆ ตัวมีสีเข้ม ปลาก็จะปรับตัวให้เป็นสีเข้มตามไปด้วย แต่ถ้าสภาพเเวดล้อมรอบตัวมีสีชืดจาง ปลาก็จะปรับตัวให้มีสีชืดจางตามไปด้วย 

                   ด้วยเหตุนี้การเลี้ยงปลาอโรวาน่าจึงควรจัดสภาพเเวดล้อมให้มีสีเข้มเข้าไว้ เช่น สีน้ำเงิน สีน้ำตาลไหม้ สีกรมท่า ปิดไว้ที่ด้านหลังของตู้ เพื่อที่ปลาจะได้ปรับตัวเข้ากับสภาพเเวดล้อมรอบตัว ยิ่งถ้าเราจัดสภาพแวดล้อมให้มีหลายสีหรือนำภาพวิวใต้น้ำมาปิดด้านหลังตู้ก็ยิ่งจะช่วยให้ปลามีสีเข้มสดสวยขึ้น คือแทนที่ปลาจะปรับตัวเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมซึ่งเป็นสีเรียบ ๆ ทึม ๆ ปลาก็จะ ปรับสีทุกสีในตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมชึ่งมีสีสันลวดลาย ฉะนั้นสีทุกสีที่มีอยู่ในตัวปลาก็จะเปล่งประกายออกมา ทำให้สีสันของปลาแลดูสดใสยิ่งขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญบางท่านกล่าวว่ากรวดก้นตู้มีผลต่อสีสันของปลาเช่นกัน ถ้าหากกรวดมีสีเข้มก็จะช่วยให้ปลามีสีเข้มตามไปด้วย สำหรับกรวดที่นิยมนำมาใช้สำหรับเลี้ยงปลาอะโรวาน่ามากที่สุดก็เห็นจะได้แก่กรวดที่มีสีดำปนปะการังเล็กน้อย และกรวดสีน้ำตาลเข้ม โดยเฉพาะกรวดสีน้ำตาลมีผู้เลี้ยงหลายท่านให้เหตุผลว่าเหมาะที่จะใช้เลี้ยงอะโรวาน่าทอง เพราะปลาจะปรับตัวให้เป็นสีทองเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม               

                   1. 2  เเร่ธาตุในน้ำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง ซึ่งยากแก่การศึกษาและทำความเข้าใจ เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันเป็นทางการว่าแร่ธาตุในน้ำชนิดใดบ้างที่ส่งผลโดยตรงต่อสีสันของปลา แต่จากประสบการณ์ของนักเลี้ยงปลาบางท่านได้กล่าวว่า เขาได้ทำการทดลองเลี้ยงปลาอะโรวาน่าไว้ในตู้สองใบ โดยตู้หนึ่งเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ ส่วนอีกตู้หนึ่งไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลย เเละตู้ปลาปลาทั้งสองใบนี้มีระบบกรองน้ำเหมือนกันหมด ปรากฏว่าปลาที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายน้ำสม่ำเสมอจะมีสีสันเข้มสดกว่า จึงสันนิษฐานว่าปลาได้รับแร่ธาตุในน้ำครบถ้วนกว่า จึงทำให้มีสีสันสวยสดงดงามกว่า สำหรับระดับความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของน้ำ ซึ่งเหมาะสมสำหรับปลาอะโรวาน่านี้ควรอยู่ในช่วงประมาน6ฺ.5-6.8 คือมีสภาพความเป็นกรดอ่อน ๆ
                   1. 3  เเสงเเดด ดังที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่าแสงแดดมีผลต่อสีสันของปลา ถ้าหากปลาได้รับแสงแดดในปริมาณที่พอเหมาะก็จะมีสีสันสวยสดงดงาม และถ้าปลาไม่ได้รับแสงแดดเลย ปลาก็จะมีสีชืดจางลงมากกว่าเดิม สำหรับแสงแดดที่เหมาะสมสำหรับปลาคือแสงแดดในยามเช้า สำหรับแสงจากหลอดไฟ (หลอดเทียมแสงอาทิตย์) ก็มีส่วนช่วยให้ปลามีสีเข้มสดเช่นกันแต่ไม่มากเท่ากับแสงแดด จากการทดลอง ปลาที่เลี้ยงในตู้ซึ่งเปิดไฟตลอด24 ชั่วโมงจะมีสีเข้มสดกว่าปลาที่อยู่ในตู้ชึ่งเปิดไฟเป็นพัก ๆ และจากการทดลองของทางร้าน ปลาที่เลี้ยงในที่ ๆ แสงแดดส่องถึงกับปลาที่ไม่โดนแสงแดดเลย ปรากฏว่าปลาที่ได้รับแสงแดดจะมีสีสันเข้มสดกว่าอย่างเห็นได้ชัด
                  1. 4  อุณหภูมิ จะสังเกตได้ว่าปลาเกือบทุกชนิดที่มีลวดลายสวยสดงดงามโดยมากจะเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตโซนร้อน ดังนั้นจึงพอสันนิษฐานได้ว่าอุณหภูมิของน้ำน่าจะมีผลต่อสีสันของปลา สำหรับอุณหภูมิของแหล่งน้ำในเขตโชนร้อนโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงประมาณ 26-30 องศา จึงน่าจะเป็นไปได้ว่าอุณหภูมิในช่วงดังกล่าวจะช่วยให้ปลามีสีเข้มสดที่สุด ดังนั้นจึงควบคุมอุณหภูมิของน้ำภายในตู้ปลาให้อยู่ในระดับดังกล่าวตลอดเวลา ซึ่งโดยปกติอุณหภูมิในบ้านเราก็อยู่ในช่วงนี้อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องอุณหภูมิจึงไม่มีปัญหาในการเลี้ยง
2. อาหาร อาหารก็นับว่าเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสีสันของปลาด้วยเช่นกัน ปลาที่ได้รับสารอาหารครบถ้วนย่อมมีสีสันสวยงาม สำหรับอาหารที่มีผลต่อสีสันของปลาโดยตรงที่ยอมรับกันทั่วไปก็คือ ไข่กุ้ง ดังนั้นการให้อาหารโดยใช้กุ้งฝอยที่มีไข่ติดอยู่ย่อมส่งผลดีต่อสีสันของปลาอะโรวาน่าโดยตรง นอกจากนี้ยังมีนักเลี้ยงปลาบางท่านกล่าวว่าแมลงสาบ จิ้งหรีด ตะขาบและปลากัดให้สีสันของปลาเข้มสดขึ้น แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่น่าจะเป็นจริงไปได้ แต่สำหรับจิ้งจกแล้วส่วนมากจะให้เห็นความเห็นตรงกันว่าทำให้ปลามีสีชืดจางลง (และไม่ควรให้ปลากินเป็นประจำ สม่ำเสมอ) ส่วนลูกปลาทองหรือลูกปลานิลและลูกปลาไนไม่มีผลต่อสีสันของปลาแต่อย่างใด แต่จากผลการวิเคราะห์ของนักวิชาการในกรมประมงยืนยันว่า ในตัวแมลงสาบ จิ้งหรีดหรือตะขาบ ไม่มีสารอาหารที่ส่งผลต่อสีของปลาแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีค่าทางโปรตีนต่ำมาก
3.ความแข็งแรงสมบูรณ์ของปลา  เรื่องสุขภาพมีผลโดยตรงต่อสีสันของปลา ปลาก็เช่นเดียวกับคน หากคนมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์หน้าตาก็จะสดชื่นแจ่มใส ถ้าปลามีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ย่อมมีสีสันสดสวยกว่าปลาที่เจ็บออด ๆ แอด ๆ ดังนั้นถ้าหากผู้เลี้ยงสามารถดูแลปลาให้มีสุขภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ ๆ ปลาก็จะมีสีสันสวยงาม
         
             
 


  | หน้าแรก| | ประวัติราชาปลาทอง| |อโรวาน่าและศัลยกรรม| | ปลาสวยงามทั่วไป | | ปลาแม่น้ำไทย |
 | สนทนาภาษาคนรักปลา | | สินค้าและบริการ | |เปิดโลกซื้อขายสัตว์เลี้ยง| | ข่าวเด่นเดือนนี้| | ติดต่อสอบถาม |   

จัดทำโดย THAIBUSINET DOT COM CO., LTD. ( Tel 945-5466) All rights reserved.
Revised: 07 ก.พ. 2544 16:28:18 +0700 .