| 1.
เทคนิคการเลี้ยงปลาให้มีสีสวยขึ้น |
|
1.สภาพแวดล้อม |
นับว่ามีความสำคัญมาก
ซึ่งนักเลี้ยงปลาโดยมากมักจะมองข้ามเรื่องนี้ไป
โดยธรรมชาติแล้วสัตว์ทุกชนิดจะพยายามรับตัวให้สภาพเเวดล้อมรอบๆ
ตัวทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตนเอง
โดยเฉพาะการปรับสีสันให้เข้ากับสภาพเเวดล้อม
สำหรับสภาพเเวดล้อมที่มีความสัมพันธ์กับปลาได้เเก่
1.1
สีสันของสภาพเเวดล้อมภายในที่เลี้ยง
สภาพเเวดล้อมที่ปลาอาศัยอยู่จัดว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อสีสันของปลาโดยตรง
จะสังเกตได้ว่าปลาแทบทุกชนิดมักจะปรับสีของตัวเองให้กลมกลืนเข้ากับของสีสันตามธรรมชาติเเวดล้อมรอบตัว
ทั้งนี้เพื่อเป็นการพรางตาศัตรูไม่ให้มองเห็นได้ชัดเจน
ดังนั้นถ้าหากสีสันรอบๆ
ตัวมีสีเข้ม
ปลาก็จะปรับตัวให้เป็นสีเข้มตามไปด้วย
แต่ถ้าสภาพเเวดล้อมรอบตัวมีสีชืดจาง
ปลาก็จะปรับตัวให้มีสีชืดจางตามไปด้วย
ด้วยเหตุนี้การเลี้ยงปลาอโรวาน่าจึงควรจัดสภาพเเวดล้อมให้มีสีเข้มเข้าไว้
เช่น สีน้ำเงิน
สีน้ำตาลไหม้
สีกรมท่า
ปิดไว้ที่ด้านหลังของตู้
เพื่อที่ปลาจะได้ปรับตัวเข้ากับสภาพเเวดล้อมรอบตัว
ยิ่งถ้าเราจัดสภาพแวดล้อมให้มีหลายสีหรือนำภาพวิวใต้น้ำมาปิดด้านหลังตู้ก็ยิ่งจะช่วยให้ปลามีสีเข้มสดสวยขึ้น
คือแทนที่ปลาจะปรับตัวเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมซึ่งเป็นสีเรียบ
ๆ ทึม ๆ ปลาก็จะ
ปรับสีทุกสีในตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมชึ่งมีสีสันลวดลาย
ฉะนั้นสีทุกสีที่มีอยู่ในตัวปลาก็จะเปล่งประกายออกมา
ทำให้สีสันของปลาแลดูสดใสยิ่งขึ้น
มีผู้เชี่ยวชาญบางท่านกล่าวว่ากรวดก้นตู้มีผลต่อสีสันของปลาเช่นกัน
ถ้าหากกรวดมีสีเข้มก็จะช่วยให้ปลามีสีเข้มตามไปด้วย
สำหรับกรวดที่นิยมนำมาใช้สำหรับเลี้ยงปลาอะโรวาน่ามากที่สุดก็เห็นจะได้แก่กรวดที่มีสีดำปนปะการังเล็กน้อย
และกรวดสีน้ำตาลเข้ม
โดยเฉพาะกรวดสีน้ำตาลมีผู้เลี้ยงหลายท่านให้เหตุผลว่าเหมาะที่จะใช้เลี้ยงอะโรวาน่าทอง
เพราะปลาจะปรับตัวให้เป็นสีทองเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม |
|
1.
2 เเร่ธาตุในน้ำ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง
ซึ่งยากแก่การศึกษาและทำความเข้าใจ
เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันเป็นทางการว่าแร่ธาตุในน้ำชนิดใดบ้างที่ส่งผลโดยตรงต่อสีสันของปลา
แต่จากประสบการณ์ของนักเลี้ยงปลาบางท่านได้กล่าวว่า
เขาได้ทำการทดลองเลี้ยงปลาอะโรวาน่าไว้ในตู้สองใบ
โดยตู้หนึ่งเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์
ส่วนอีกตู้หนึ่งไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลย
เเละตู้ปลาปลาทั้งสองใบนี้มีระบบกรองน้ำเหมือนกันหมด
ปรากฏว่าปลาที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายน้ำสม่ำเสมอจะมีสีสันเข้มสดกว่า
จึงสันนิษฐานว่าปลาได้รับแร่ธาตุในน้ำครบถ้วนกว่า
จึงทำให้มีสีสันสวยสดงดงามกว่า
สำหรับระดับความเป็นกรดเป็นด่าง
(pH) ของน้ำ
ซึ่งเหมาะสมสำหรับปลาอะโรวาน่านี้ควรอยู่ในช่วงประมาน6ฺ.5-6.8
คือมีสภาพความเป็นกรดอ่อน
ๆ |
|
1. 3
เเสงเเดด
ดังที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่าแสงแดดมีผลต่อสีสันของปลา
ถ้าหากปลาได้รับแสงแดดในปริมาณที่พอเหมาะก็จะมีสีสันสวยสดงดงาม
และถ้าปลาไม่ได้รับแสงแดดเลย
ปลาก็จะมีสีชืดจางลงมากกว่าเดิม
สำหรับแสงแดดที่เหมาะสมสำหรับปลาคือแสงแดดในยามเช้า
สำหรับแสงจากหลอดไฟ (หลอดเทียมแสงอาทิตย์)
ก็มีส่วนช่วยให้ปลามีสีเข้มสดเช่นกันแต่ไม่มากเท่ากับแสงแดด
จากการทดลอง
ปลาที่เลี้ยงในตู้ซึ่งเปิดไฟตลอด24
ชั่วโมงจะมีสีเข้มสดกว่าปลาที่อยู่ในตู้ชึ่งเปิดไฟเป็นพัก
ๆ
และจากการทดลองของทางร้าน
ปลาที่เลี้ยงในที่ ๆ
แสงแดดส่องถึงกับปลาที่ไม่โดนแสงแดดเลย
ปรากฏว่าปลาที่ได้รับแสงแดดจะมีสีสันเข้มสดกว่าอย่างเห็นได้ชัด |
|
1.
4 อุณหภูมิ จะสังเกตได้ว่าปลาเกือบทุกชนิดที่มีลวดลายสวยสดงดงามโดยมากจะเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตโซนร้อน
ดังนั้นจึงพอสันนิษฐานได้ว่าอุณหภูมิของน้ำน่าจะมีผลต่อสีสันของปลา
สำหรับอุณหภูมิของแหล่งน้ำในเขตโชนร้อนโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงประมาณ
26-30 องศา
จึงน่าจะเป็นไปได้ว่าอุณหภูมิในช่วงดังกล่าวจะช่วยให้ปลามีสีเข้มสดที่สุด
ดังนั้นจึงควบคุมอุณหภูมิของน้ำภายในตู้ปลาให้อยู่ในระดับดังกล่าวตลอดเวลา
ซึ่งโดยปกติอุณหภูมิในบ้านเราก็อยู่ในช่วงนี้อยู่แล้ว
ดังนั้นเรื่องอุณหภูมิจึงไม่มีปัญหาในการเลี้ยง |
| 2.
อาหาร |
อาหารก็นับว่าเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสีสันของปลาด้วยเช่นกัน
ปลาที่ได้รับสารอาหารครบถ้วนย่อมมีสีสันสวยงาม
สำหรับอาหารที่มีผลต่อสีสันของปลาโดยตรงที่ยอมรับกันทั่วไปก็คือ
ไข่กุ้ง
ดังนั้นการให้อาหารโดยใช้กุ้งฝอยที่มีไข่ติดอยู่ย่อมส่งผลดีต่อสีสันของปลาอะโรวาน่าโดยตรง
นอกจากนี้ยังมีนักเลี้ยงปลาบางท่านกล่าวว่าแมลงสาบ
จิ้งหรีด
ตะขาบและปลากัดให้สีสันของปลาเข้มสดขึ้น
แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่น่าจะเป็นจริงไปได้
แต่สำหรับจิ้งจกแล้วส่วนมากจะให้เห็นความเห็นตรงกันว่าทำให้ปลามีสีชืดจางลง
(และไม่ควรให้ปลากินเป็นประจำ
สม่ำเสมอ)
ส่วนลูกปลาทองหรือลูกปลานิลและลูกปลาไนไม่มีผลต่อสีสันของปลาแต่อย่างใด
แต่จากผลการวิเคราะห์ของนักวิชาการในกรมประมงยืนยันว่า
ในตัวแมลงสาบ
จิ้งหรีดหรือตะขาบ
ไม่มีสารอาหารที่ส่งผลต่อสีของปลาแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังมีค่าทางโปรตีนต่ำมาก |
| 3.ความแข็งแรงสมบูรณ์ของปลา |
เรื่องสุขภาพมีผลโดยตรงต่อสีสันของปลา
ปลาก็เช่นเดียวกับคน
หากคนมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์หน้าตาก็จะสดชื่นแจ่มใส
ถ้าปลามีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ย่อมมีสีสันสดสวยกว่าปลาที่เจ็บออด
ๆ แอด ๆ
ดังนั้นถ้าหากผู้เลี้ยงสามารถดูแลปลาให้มีสุขภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ
ๆ
ปลาก็จะมีสีสันสวยงาม |